แล้งจัดจะปลูกอะไรต้องคิดหนักๆ จะทำนาคงไม่ได้ มีตัวอย่างพืชผักที่ปลูกได้กับแล้งแบบนี้ และกินอร่อยด้วย นั้นคือ เผือก จากอุทัยธานี

พาไปดูเกษตรตัวอย่าง จากอุทัยธานี นายมนัส เงินบำรุง อายุ 70 ปี อยู่ตำบลทุ่งพึ่ง อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ที่ทางจังหวัด ยกย่องให้เป็นครอบครัวต้นแบบ ในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 จนฐานะทางครอบครัวมีความมั่นคงไม่มีหนี้มีสิน นายมนัส ยึดอาชีพปลูกเผือกแทนการทำมานานกว่า 15 ปี โดยใช้พื้นที่เพียง 3 ไร่แบ่ง เป็นขุดเป็นสระกักเก็บน้ำ จำนวน 2 งาน ส่วนที่เหลืออีก 2 ไร่ 2 งาน ซึ่งเป็นแปลงนาเดิมปลูกเผือกเป็นที่ใช้น้ำได้ทั้งน้ำน้อยและน้ำมาก ขอให้มีน้ำขังหรือแค่เปียกแฉะ โดยใช้น้ำที่ขุดสระกักเก็บไว้ปลูกเผือกได้ตลอดทั้งปี ลงทุนต่อ 1 ไร่ ไม่เกิน 1 หมื่น 1 ไร่ จะให้ผลผลิตจำนวน 5 ตัน ราคาตันละ 25000 – 30000 บาท และระหว่างที่มีการปลูกเผือกตลอดทั้งปีแล้วยังสามารถขายหน่อพันธุ์ให้เกษตรกรรายอื่นไปปลูกต่อโดยขายได้หน่อละ 2 บาท ปีหนึ่งก็ขายได้เป็นเงินอีกกว่า 2 หมื่นบาท และเก็บผลผลิตส่งขายได้ทุกวันอีก มีพ่อค้าแม่ค้ามาสั่งซื้อไปทำขนมขายวันละ 30 – 40 กิโลกรัม ราคากิโลกรัม ละ 25-40 บาท วันละ 750–1000 บาท

นอกจากนี้พื้นที่ๆเป็นพื้นที่ว่างยังได้ปลูกพืชผักสวนครัวเกือบทุกชนิด ทั้งกระเพราโหระพา ตระไคร้ มะกรูด มะนาว กล้วย เป็นต้น ทุกอย่างขายได้เป็นเงินหมด ซึ่งรวมแล้วจะมีรายได้ปีละประมาณ 8 แสนบาท และการประกอบอาชีพดังกล่าว ก็มีจ้างแรงงานบ้างแต่ไม่มาก ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานกันภายในครอบครัว ดังนั้นวันๆแทบจะไม่มีรายจ่าย ซึ่งครอบครัวของนายมนัสเงินบำรุงครอบครัวต้นแบบครอบครัวนี้ยังมีคติประจำใจของครอบครัวคือ “ความพยายามไม่เคยทำให้ใครพ่ายแพ้ความท้อแท้ไม่เคยทำให้ใครชนะ” ถ้าหากเกษตรกรท่านใดสนใจอาชีพนี้ครอบครัวต้นแบบครอบครัวนี้ก็ยินดีที่จะให้คำปรึกษาและให้แนะนำฟรี

อุทัยธานี ปลูกเผือกแทนทำนา