เกษตรทำเงินวันนี้ ไปดูผลไม้น่าปลูกกันพาไปดูสวนชมพู่ของอดีตช่างก่อสร้างในจังหวัดมหาสารคาม พลิกผืนนาที่เคยแห้งแล้ง หันมาปลูกพืชชมพู่ทับทิมจันทร์ คาดผลผลิตที่ได้ประมาณ 20 ตัน ยอดขายไม่ต่ำกว่าครึ่งล้านบาท

ที่สวนชมพู่ ของนายธงชัย ชอบแก้วกาง ราษฎรบ้านหนองเดิ่น หมู่ 7 ต.เหล่าบัวบาน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ บนเนื้อที่ 6 ไร่ จนประสบผลสำเร็จเป็นรายแรก และรายเดียวของจังหวัด สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างงามไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทต่อปี ปีนี้สภาพอากาศเหมาะสม คาดผลผลิตที่ได้ประมาณ 20 ตัน ยอดขายไม่ต่ำกว่า 600000 บาท โดยราคาจำหน่ายชมพู่หน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท ในแต่ละวันจะมีลูกค้าซึ่งเป็นพ่อค้าผลไม้จากจังหวัดมหาสารคามและใกล้เคียงมาซื้อถึงที่สวนเฉลี่ยวันละ 200 – 400 กิโลกรัม ปีนี้จะมีรายได้จากการจำหน่ายชมพู่ทับทิมจันทร์ไม่ต่ำกว่า 600000 บาท

เจ้าของสวนชมพู่ เล่าถึงอดีตของตนว่า ก่อนที่จะเริ่มทำสวนชมพู่ ตนและภรรยาก็เหมือนกับชาวบ้านทั่วไป ที่นิยมเข้าไปขายแรงงานที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อเกิดวิกฤติฟองสบู่แตก ตนและภรรยาถูกเลิกจ้างกลายเป็นคนตกงานและต้องเดินทางกลับมาบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ระยะแรกไม่รู้จะทำอะไร จนได้อ่านหนังสือหลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้ศึกษาเพิ่มเติมและทดลองแบ่งพื้นที่นาที่ได้รับจากครอบครัวจำนวน 6 ไร่ ลองปรับปรุงโครงสร้างดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ขุดร่องน้ำเพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ในสวน เป็นการลดปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น และหัดทำบัญชีครัวเรือนอีกด้วย

ขณะนั้นชมพู่ทับทิมจันทร์ถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรจึงได้หาต้นพันธุ์ จากนั้นลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ และได้คำแนะนำจากเกษตรอำเภอเชียงยืนที่เข้ามาให้ความรู้ และเทคนิคต่างๆ ในการเพิ่มผลผลิตชมพู่ จนกระทั่งปี 2548 จึงสามารถเก็บชมพู่ทับทิมจันทร์ออกขายได้

วิธีการปลูกชมพู่เริ่มจากการเตรียมแปลงหากเป็นที่ลุ่มต้องขุดยกร่องทำเป็นคู จากนั้นขุดหลุมกว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร ปลูกระยะห่างแต่ละต้นประมาณ 3 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก และรดน้ำต้นชมพู่ ในช่วงเช้าของทุกวัน เมื่อปลูกแล้วประมาณ 12 เดือน ในช่วงฤดูหนาวชมพู่จะเริ่มออกดอกติดผล ช่วงนี้ต้องบำรุงด้วยการใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 พอดอกโรยก็เริ่มห่อผลด้วยถุงพลาสติกเจาะรูเพื่อระบายอากาศ หลังจากนั้น 45 วัน ก็สามารถเก็บผลขายได้ ในรอบปีชมพู่จะเก็บผลผลิตได้ 3 รอบ รอบที่เก็บผลผลิตได้ดีอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ และแต่ละครั้งจะเก็บผลรวมน้ำหนักแล้วมากกว่า 4000 กิโลกรัม แต่ปีนี้สภาพอากาศเอื้ออำนวย ปริมาณน้ำไม่ขาด ทำให้น่าจะเก็บเพิ่มได้ถึง 4 รอบ ผลผลิตรวมกันคาดว่าจะถึง 20 ตัน

สำหรับผลผลิตชมพู่ทับทิมจันทร์ของที่นี่ได้รับการกล่าวขวัญจากผู้ซื้อถึงรสชาติที่หวานฉ่ำ กรอบอร่อย เมื่อได้รับประทานแล้วสดชื่นแตกต่างสวนแหล่งอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นผลผลิตที่มีความสดสะอาดปลอดภัยเพราะใช้วิธีการธรรมชาติในการกำจัดศัตรูของต้นชมพู่

เกษตรทำเงิน!ไปดูสวนชมพู่ทับทิมจันทร์ ยอดขายไม่ต่ำกว่าครึ่งล้าน