ตำรวจตั้งป้ายไวนิล ห้ามเคลื่อนย้าย และห้ามก่อสร้างใดๆ มาติดรอบรั้วของวัดพระธรรมกาย หลังพบมีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำหนังสือไปติดที่ประตูวัดพระธรรมกาย เพื่อขอให้นำตัวพระธัมมชโย และนายองอาจ มามอบตัวกับตำรวจ
วานนี้ (17 ธ.ค.) พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยตำรวจภูธรคลองหลวง และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองท่าโขลง เดินทางไปติดตั้งป้ายไวนิล ห้ามเคลื่อนย้าย หรือกระทำการใด ๆ ให้สูญหาย เสียหายบริเวณ รั้วของวัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามที่พนักงานสอบสวนระบุว่า วัดพระธรรมกายมีการปลูกสร้างรั้วกำแพงรอบวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยระบุว่า หลังจากนี้ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากวัดพระธรรมกาย จะต้องมายื่นขออนุญาตกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้มีความถูกต้อง หากเกินเวลา 30 วัน แล้วยังไม่มีการติดต่อขออนุญาตจะมีความผิดตามคดีอาญาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยล่าสุด วัดพระธรรมกายถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้นจำนวน 158 คดี
ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรคลองหลวง ได้นำหนังสือขอความอนุเคราะห์ส่งตัว พระธัมมชโย ซึ่งกระทำความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และ นายองอาจ ธรรมนิทา ซึ่งกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ หมิ่นประมาท ไปติดที่บริเวณหน้าประตู 7 วัดพระธรรมกาย เพื่อขอให้นำตัว 'พระธัมมชโย' และ 'นายองอาจ ธรรมนิทา' มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนภายใน 7 วัน
หากไม่นำตัวมาพบพนักงานสอบสวนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2000 บาท ถึง 20000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และมาตรา 189 ฐานผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่าด้วยกระทำผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ความรักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้นหรือช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจำคุกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต่อมามี พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร พร้อมด้วย นายธัชนนท์ พรใบหยก ทนายความของวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า จากพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2550 อาคารที่เกี่ยวกับเพื่อการศาสนา วัดวาอารามโบสถ์ การก่อสร้างไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องมีการยื่นแบบก่อสร้างไปที่พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อทราบ
แล้วทางวัดก็ดำเนินการก่อสร้างโดย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ก็เป็นเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย อย่างเช่นอาคารจอดรถก็เพื่อศิษยานุศิษย์เข้ามาจอดรถเพื่อที่จะปฏิบัติธรรมจำนวนมากซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สร้างขึ้นเพื่อการปฏิบัติทางศาสนาทั้งสิ้น ในส่วนที่มีแผงเหล็กกีดกั้นทางสาธารณะหากตัวสอบแล้วเป็นความจริงทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีคำสั่งมารื้อถอน
ขณะที่พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารภายในวัดพระธรรมกายวัดทุกวัดก็ใช้เกณฑ์เดียวกัน สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ส่งเสริมศีลธรรม และสอนธรรมะให้กับศิษยานุสิทธิ์ ญาติโยม ซึ่งขณะนี้ภายในวัดก็ยังมีกิจกรรมสวดธรรมจักรเช่นเดิม ในส่วนของคดีต่างๆที่เกิดขึ้นภายในวัดธรรมกายก็เป็นให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พร้อมกับคุยรายละเอียดกับฝ่ายกฎหมายของวัดพระธรรมกาย
พระสนิทวงศ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าว ว่า วัดมีแผนจีวรเปื้อนเลือดด้วยการทำให้พระบาดเจ็บ หรือ แกล้งหกล้ม หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาตรวจค้นวัดพระธรรมกายนั้น ทางวัดขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะจีวรซักสะอาดดี ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถ่ายภาพ 'หลวงพ่อพระธัมมชโย' ได้นั้น ส่วนตัวยังไม่แน่ใจว่าเป็นภาพจริงหรือเปล่า เพราะยังไม่เคยเห็นพระธัมมชโย มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559
ขณะที่แหล่งข่าวดีเอสไอ ชี้แจงถึงการส่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินสำรวจวัดพระธรรมกายว่า มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจสถานที่ว่า มีการวางจุดและกำลังคนภายในวัดไว้อย่างไรบ้าง ก่อนนำไปประกอบข้อมูลทำแผนเข้าตรวจค้น ซึ่งจากการใช้โดรนบินสำรวจต่อเนื่องหลายวันไม่พบภาพ พระธัมมชโย และหลายเดือนที่ผ่านมากลุ่มพระและศิษย์ใกล้ชิดต่างก็ไม่มีใครได้เห็นพระธัมมชโยเช่นกัน
พร้อมยืนยันว่า กรณีที่ได้หมายค้นวัดพระธรรมกายจากศาลมาแล้ว 4 วัน แต่ทางดีเอสไอ ไม่เข้าตรวจค้นนั้นไม่กระทบกับการขออนุมัติหมายค้นครั้งต่อไป เพราะหน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินว่า อาจมีความสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุปะทะภายในวัดได้

















