ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนนี้ปูม้าหาได้ค่อนข้างดี แม่บ้านเลยรวมกลุ่มกัน รับจ้างแกะปูม้า ส่วนชาวประมงในพื้นที่ก็ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ปู เพื่อการประมอย่างยั่งยืน

บรรยากาศการรวมกลุ่มกัน ของแม่บ้านประมงเรือเล็ก ในพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกมารับจ้างแกะปูม้า อยู่บริเวณศูนย์เรียนรู้เครื่องมือประมงพื้นบ้านและเรียนรู้ธนาคารปู

เนื้อปูที่แกะเสร็จเรียบร้อยจะนำมาชั่งเพื่อบรรจุใส่เครื่องสุญญากาศ โดยจะบรรจุ ใส่ถุงละครึ่งกิโลกรัม แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แบบเนื้อก้อน จำหน่าย ก.ก.ละ 1000 บาท พายเดียว ก.ก.ละ 800 บาท กรรเชียงพาย ก.ก.ละ 600 บาท เนื้อก้าม ก.ก.ละ 600 บาท และเนื้อแหลก ก.ก.ละ 600 บาท ซึ่งจะมีร้านอาหารทะเลในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียงมาซื้อไปทำอาหารจำหน่าย

นางวันดี เจริญสุข แม่บ้านชาวประมง กล่าวว่า เมื่อก่อนหน้ารับจ้างผ่าหมึก ต้องอดนอน ต้องตื่นนอน ตี 1-2 แกะปูมาตอนสว่าง ซึ่งปูม้าที่นำมาแกะเพื่อแปรรูปเป็นปูที่ไม่ได้ขนาด เมื่อได้ปูมาแล้วก็นำไปน็อกด้วยน้ำแข็ง จากนั้นก็นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 20 นาที แล้วนำปูมาฉีก จากนั้นก็นำมาแกะ แยกชิ้นส่วนเป็น กรรเชียงพาย เนื้อก้อน พายเดียว เนื้อแหลกและเนื้อก้าม วันหนึ่งสามารถแกะได้คนละประมาณ 6 ก.ก. ค่าจ้างแกะ ก.ก.ละ 70 บาท วันหนึ่งมีรายได้ตกวันละ 300-400 บาท ทุกวัน นางสาวสุนีย์ กล่าวว่า ส่วนปูที่แกะยากที่สุดก็เป็นบริเวณก้าม เพราะว่าแข็งและมีหนาม ถ้าแกะไม่ดีก็ถูกหนามทิ่มเอา ทุกวันครอบครัวก็ดีขึ้น มีปูแกะทุกวัน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นซึ่งสามีก็มีอาชีพจับปูอยู่ด้วย

ด้านลุงเจือ แคใหญ่ ประธานชมรมเรือประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ช่วงจับปูม้าได้ค่อนข้างดี เป็นผลจากการที่ชาวเรือประมงพื้นบ้านกว่า 30-40 ลำ ได้ร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า โดยการตั้งธนาคารปูขึ้นมา แล้วเรือทุกลำที่จับปูไข่นอกกระดองมาได้ ก็จะต้องนำมาฝากไว้ที่ธนาคารปู เพื่อให้ปูได้สลัดไข่ก่อนปล่อยลงทะเล เพื่อเป็นการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปูม้าไม่ให้หมดไป จะได้มีปูม้าให้จับกันทั้งปี ซึ่งตอนนี้เมื่อมีการทำธนาคารปูไปแล้ว พบว่าในอ่าวปราณบุรีก็มีปูเพิ่มขึ้นเรือประมงก็เพิ่มมากขึ้นด้วย เรือลำหนึ่งสามารถจับได้ปูขายได้ลำละประมาณ 3,000-5,000 บาท

แม่บ้านปากน้ำปราณ รวมกลุ่มรับจ้างแกะปูม้า