หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 จับลูกจ้างชาวกัมพูชา 2 ราย ลักลอบลำเลียงอาหารทะเล ส่วนใหญ่เป็นประเภทปู จากนายจ้างฝั่งเกาะกง เข้ามาถ่ายลงเรือไทยกลางทะเลหลายเที่ยว รวมกว่า 5.2 ตัน มีคนไทยคอยชี้เป้าแจ้งตำแหน่งเรือรับสินค้า

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 อำเภอคลองใหญ่แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบขนส่งอาหารทะเลข้ามชาติ หลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 จัดกำลังพลออกลาดตระเวนทางทะเล บริเวณระหว่างบ้านหาดเล็ก-บ้านคลองสน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พบเรือประมงต้องสงสัยขับวนเข้าออกในพื้นที่ จึงเข้าตรวจสอบ พบอาหารทะเลจำนวนมากบรรจุอยู่ในลังโฟม โดยไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มา พร้อมควบคุมตัวชายชาวกัมพูชา 2 ราย ซึ่งเป็นคนขับเรือและลูกเรือ ก่อนนำเรือพร้อมของกลางเข้าฝั่งที่ท่าเรือหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

จากนั้นได้ประสานฝ่ายปกครองอำเภอคลองใหญ่ ตำรวจ สภ.คลองใหญ่ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรคลองใหญ่ ร่วมตรวจสอบและบันทึกการจับกุม พบของกลางเป็นเรือไฟเบอร์ 1 ลำ แบบ 2 เครื่องยนต์ ไม่มีเอกสารประจำเรือ และอาหารทะเลบรรจุในกล่องโฟมรวม 66 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 79 กิโลกรัม (น้ำหนักรวมน้ำแข็ง) น้ำหนักรวมประมาณ 5,214 กิโลกรัม หรือกว่า 5.2 ตัน ประกอบด้วย ปูม้าต้มสุก 7 กล่อง ปูใบไม้ 20 กล่อง ปูแสม 14 กล่อง ไข่ปูม้า 2 กล่อง เนื้อกรรเชียงปู 15 กล่อง กั้ง 1 กล่อง และเทป 2 กล่อง โดยประเมินว่า หากสินค้าทั้งหมดเข้าสู่ตลาด จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายนวด อายุ 33 ปี คนขับเรือ และนายนู อายุ 18 ปี ลูกเรือ ทั้งคู่เป็นชาวกัมพูชา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นาวาโท กิตติพงษ์ กอบการ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ขณะกำลังพลออกลาดตระเวนทางทะเลบริเวณบ้านหาดเล็ก-บ้านคลองสน พบเรือประมงลำดังกล่าวมีพฤติการณ์ต้องสงสัย ขับวนเข้าออกในพื้นที่หลายครั้ง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเรือยางเข้าตรวจสอบ เมื่อเข้าประชิดพบลังโฟมบรรจุอาหารทะเลจำนวนมาก ถูกคลุมพรางด้วยผ้าใบเพื่ออำพรางสายตา และไม่มีเอกสารแสดงที่มาของสินค้า จึงเข้าควบคุมเรือและผู้ที่อยู่บนเรือ ก่อนนำกลับเข้าฝั่งเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองราย ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายจ้างฝั่งจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ให้ขับเรือขนอาหารทะเลข้ามมายังประเทศไทย เพื่อนำไปถ่ายลงเรือของคนไทยที่จอดรออยู่ในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ โดยได้รับค่าจ้างคนละ 1,000 บาทต่อเที่ยว ทั้งสองรายยังยอมรับว่าเพิ่งทำเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกมีคนไทยคอยชี้เป้าและแจ้งตำแหน่งเรือที่จอดรอรับสินค้าให้ด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมตรวจสอบที่มาของสินค้าและขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อและขนถ่ายสินค้า เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป