"ซาบีดา" รมว.วัฒนธรรม จี้ "MU Cambodia" ยุติบิดเบือน นำภาพสตรีกำแพงเพชรยุค ร.5 ไปใช้ หากไม่แก้จ่อฟ้องตามกฎหมาย ยันไม่ปล่อยผ่าน แต่ไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหา ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น เพื่อให้เห็นความสำเร็จของการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติกับองค์การยูเนสโกภายในเดือนธันวาคมนี้
วันที่ 21 กันยายน เวลา 09.30 น. ที่อาคารหอสมุดแห่งชาติ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานทั้งในสื่อโซเชียลของกัมพูชาและสื่อไทยว่า ผู้จัดงานเวทีประกวด Miss Universe Cambodia นำเสนอวีทีอาร์ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งกายของกัมพูชา โดยปรากฏว่ามีการใช้ภาพที่มีแหล่งที่มาจากประเทศไทยว่า กระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่า การกระทำดังกล่าวไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นการบ่งชี้ว่าผู้จัดทำวีทีอาร์ดังกล่าวมีเจตนากล่าวอ้างและโน้มน้าวให้สาธารณชนเชื่อว่าเป็นการแต่งกายของกัมพูชาโดยแท้จริง
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำกับดูแลกรมศิลปากรและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้เวทีประกวด Miss Universe Cambodia ยุติการกระทำดังกล่าว และการเผยแพร่ข้อมูลอันบิดเบือน พร้อมขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการอ้างอิงข้อมูลภาพถ่าย เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายของสตรีชาวกำแพงเพชร ซึ่งถ่ายขึ้นที่กำแพงเพชรในช่วงพุทธศักราช 2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ภาพดังกล่าวได้รับการบันทึกในหอสมุดพระสมุทรวชิรญาณ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกกับองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2017 โดยภาพต้นฉบับเป็นฟิล์มต้นฉบับ มีตรากรมศิลปากรประทับเป็นลายน้ำอยู่ แต่เวทีกองประกวดที่นำภาพไปใช้มีการครอปเอาลายน้ำออก
“การที่นำภาพโดยไม่มีการอ้างอิง ไม่มีการ reference ถึงแหล่งที่มาของข้อมูล กรณีที่เกิดขึ้นนี้ กระทรวงวัฒนธรรมก็จะดำเนินการโดยการส่งหนังสือตักเตือน แล้วก็ทักท้วงไปยังกองประกวด Miss Universe ของประเทศกัมพูชา แล้วก็จะให้ดำเนินการแก้ไข แต่ถ้าหากว่าทางกองประกวดยังไม่ดำเนินการแก้ไขใดๆ ทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะดำเนินการตามกฎหมาย แล้วก็ดำเนินการตามช่องทางที่เหมาะสมต่อไป”
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้พัฒนาการของชุดไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำชุดไทยไปจัดโรดโชว์และจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั้งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศฝรั่งเศส และล่าสุดคือประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาคมโลกและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของชุดไทยพระราชนิยม นอกจากชุดไทยพระราชนิยมแล้ว ยังมีการเล่าเรื่องการแต่งกายสตรีในยุคก่อน ซึ่งเป็นที่มาของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ
“ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและดิฉันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม มีความรัก แล้วก็มีความหวงแหนในวัฒนธรรมของไทยไม่น้อย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทุกท่าน แต่สิ่งสำคัญ สิ่งที่เราจะทำเราก็จะทำอย่างจริงจังเด็ดขาด ขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้กระทรวงวัฒนธรรมจะไม่ปล่อยผ่าน”
ทั้งนี้ นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ร่วมกันหวงแหนชุดไทยอันเป็นมรดกของชาติ และการที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการพูดถึงชุดไทยอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทย แต่ขอให้มีการอ้างอิงข้อมูลของประเทศไทยและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีอย่างครบถ้วนและมีความพร้อมในทุกด้าน
การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามช่องทางที่เหมาะสม โดยประการแรกจะดำเนินการตามช่องทางการทูตเพื่อเป็นการตักเตือน เพราะไม่ต้องการให้เป็นประเด็นระหว่างรัฐกับรัฐ แต่กรณีที่ภาคเอกชนดำเนินการบิดเบือนข้อมูล จะต้องมีการตักเตือน และหากยังไม่ดำเนินการแก้ไข กระทรวงวัฒนธรรมก็ต้องสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“สิ่งสำคัญก็คือว่า อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยหนักแน่นในข้อมูล ซึ่งเราก็จะดำเนินการในการที่จะเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการที่เรามีอย่างครบถ้วนสมบูรณ์”
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้พูดถึงชุดไทยในเวทีโลกหลายเวที เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาคมโลก และไม่ใช่เพียงกระทรวงวัฒนธรรมเท่านั้น แต่รัฐบาลไทยมีองคาพยพที่เข้มแข็งและมีกระทรวงการต่างประเทศ โดยงานไทยเฟสติวัลในประเทศต่างๆ ก็มีการจัดแสดงชุดไทยในทุกพื้นที่ ทุกประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณของไทยไปที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ณ กรุงโซล โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลีมีการจัดแสดงวัตถุโบราณไทย ขณะเดียวกันพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็มีการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม โดยประเทศไทยใช้ทุกเวทีในการสื่อสารเรื่องชุดไทยและไม่ได้อยู่นิ่งนอนใจ
“ตอนนี้ต้องเรียนว่าชาวต่างชาติให้ความสนใจและรับรู้ถึงที่มาที่ไปของการที่เราดำเนินการเผยแพร่ชุดไทย อย่างล่าสุดประเทศญี่ปุ่น ก็อยากจะขอพี่ๆ สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่ เพราะว่าได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจแล้วก็พร้อมที่จะเปิดรับวัฒนธรรม”
กระทรวงวัฒนธรรมมีความประสงค์ที่จะใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจ ไม่ได้ต้องการให้วัฒนธรรมสร้างความขัดแย้ง แต่ในกรณีที่มีการละเมิด กระทรวงวัฒนธรรมจะไม่ปล่อยผ่านและจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด จะมอบหมายให้กรมศิลปากรและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติดำเนินการ เพราะเป็นเจ้าของข้อมูลและเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยหนังสือที่จะส่งไปจะต้องระบุกรอบระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการแก้ไข ซึ่งจะต้องให้เร็วที่สุด แม้กระทรวงวัฒนธรรมจะเดือดร้อน แต่ไม่สามารถใช้อารมณ์และความรู้สึกได้ ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อให้เห็นความสำเร็จของการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติกับองค์การยูเนสโกภายในเดือนธันวาคมนี้ ดังนั้น การดำเนินการใดๆ ต้องมีความสุขุมรอบคอบ และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีความชัดเจนและครบถ้วน
สำหรับภาพดังกล่าว นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบ โดยจากการประเมินเบื้องต้นเป็นการครอปโดยเอาลายน้ำออก ซึ่งภาพมีที่มาของไทย เป็นภาพฟิล์มกระจกที่เก็บไว้ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชัดเจน และเป็นเหตุผลที่กระทรวงวัฒนธรรมสามารถระบุว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล
แหล่งที่มาของภาพ สามารถยืนยันได้ โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้โพสต์ข้อมูลลงในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และพยายามสร้าง Digital Footprint ซึ่งการนำข้อมูลไปใช้เป็นเรื่องง่าย แต่ประเทศไทยไม่ได้ติดอะไร ขอเพียงมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างครบถ้วนและชัดเจน
เมื่อถามถึงเรื่องกฎหมาย นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เป็นข้อมูลสาธารณะ และการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกก็เป็นข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ แต่ภาพดังกล่าวมีลายน้ำตามที่กล่าวไปแล้ว ส่วนรายละเอียด หากสื่อมวลชนต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานต่างๆ สามารถสอบถามผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้














