เร่งล่า "ฆาตกร" ฆ่ารัดคอสาว ตรวจ DNA แล้ว 5 ห้อง ไล่กล้องทุกมุม พยานแฉชาย 2 คนขี่ จยย .วนส่องหอ 3 รอบ

ความคืบหน้ากรณีหญิงสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ภายในห้องพัก ชั้นล่าง ของหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังตำรวจเข้าตรวจสอบและเร่งคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิต ล่าสุดชุดสืบสวนเดินหน้าหาพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรียกผู้พักอาศัยสอบปากคำ เก็บตัวอย่าง DNA และไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบหอพัก ขณะที่ตำรวจให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการถูกฆาตกรรม แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดตัวผู้ก่อเหตุได้

ล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามหาพยานหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยได้เรียกผู้พักอาศัยภายในหอพักเข้าให้ปากคำ พร้อมเก็บตัวอย่าง DNA แล้วจำนวน 5 ห้อง จากทั้งหมด 6 ห้อง เหลือเพียงห้องพักชั้นล่างอีก 1 ห้อง ซึ่งผู้พักอาศัยอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากต่างจังหวัด

เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้พักอาศัยในหอพัก ยังไม่พบผู้ใดมีพฤติการณ์หรือท่าทีพิรุธอย่างชัดเจน แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นบุคคลใดออกจากการสืบสวน โดยอยู่ระหว่างนำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เกิดเหตุให้ชัดเจนที่สุด

ส่วนพยานห้องข้างเคียงที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไทม์ไลน์อย่างละเอียด พบว่าผู้เสียชีวิตยังรับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมงานในช่วงประมาณ 06.00-06.30 น. ขณะที่พยานรายดังกล่าวเดินทางออกจากหอพักในช่วงประมาณ 07.00-08.00 น.

แม้ช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่พบว่ามีความคาบเกี่ยวกันโดยตรง แต่ตำรวจยังคงตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ขณะที่พยานรายอื่นภายในหอพักให้การตรงกันว่า ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ เสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือเสียงการต่อสู้จากห้องผู้เสียชีวิตในช่วงที่เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นช่วงเวลาดังกล่าวอาจเป็นช่วงที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ออกไปทำงาน

สำหรับกล้องวงจรปิด ถือเป็นอีกหนึ่งเบาะแสสำคัญของคดี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง มีพนักงานไรเดอร์เดินทางเข้ามาส่งอาหารบริเวณหน้าหอพักจำนวน 3 ราย โดย 2 รายแรกนำผลไม้มาส่ง ส่วนอีกรายนำข้าวเหนียวหมูปิ้งมาส่ง ซึ่งเป็นอาหารในปริมาณสำหรับรับประทานคนเดียว

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังอย่างละเอียดทุกจุด ไม่เฉพาะบริเวณด้านหน้าหอพัก แต่รวมถึงด้านหลังและบริเวณมุมอับข้างกำแพง ซึ่งอาจเป็นเส้นทางที่บุคคลภายนอกใช้เข้า-ออก หรือปีนข้ามกำแพงเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน โดยจะนำภาพทั้งหมดมาวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของบุคคลและยานพาหนะที่เข้าออกในช่วงเวลาสำคัญ

ส่วนประเด็น ทองคำของผู้เสียชีวิตที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่าสูญหาย ตำรวจได้ขยายผลตรวจสอบไปยังร้านทองในพื้นที่ กระทั่งพบข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำทองคำไปจำนำไว้ด้วยตนเองก่อนเกิดเหตุ และยังไม่ได้ไถ่ถอนคืน ทำให้เบื้องต้นสามารถตัดประเด็นทองคำสูญหายออกจากแนวทางการสืบสวน

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังคงทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนและตรวจสอบความเชื่อมโยงของแต่ละบุคคล รวมถึงรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และ DNA อย่างเป็นทางการ

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 พนักงานสอบสวนได้เชิญผู้เช่าห้องหมายเลข 6 มาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุและความเชื่อมโยงต่างๆ ของคดี

ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับพยานรายดังกล่าว โดยขอใช้นามสมมุติว่า “คุณนัท” ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้มานานกว่า 3 ปี โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับนักข่าวภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ

คุณนัทเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเดินทางเข้า-ออกหอพักตลอดทั้งวัน ก่อนกลับเข้าห้องพักประมาณ 18.00 น. และไม่ได้ออกไปไหนอีก โดยอยู่ภายในห้องกับแฟน ตนนอนเล่นโทรศัพท์ ส่วนแฟนเล่นเกมและใส่หูฟัง ยืนยันว่าตลอดทั้งคืนไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง เสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือเสียงการต่อสู้แต่อย่างใด

“คืนนั้นไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติเลย มีเพียงเสียงทำกับข้าวกับเสียงปั๊มน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ถึงหอพักจะมีแค่ 6 ห้อง และห้องเกิดเหตุอยู่ชั้นล่าง แต่คืนนั้นเงียบมากจริงๆ” คุณนัท กล่าว

พยานยังอธิบายว่า หอพักแห่งนี้ค่อนข้างเก็บเสียง หากอยู่ภายในห้องอาจไม่ได้ยินเสียงจากห้องอื่น แต่หากออกไปอยู่บริเวณด้านหลังห้องหรือบางจุด ก็อาจได้ยินเสียงจากห้องพักอื่นเป็นบางครั้ง

สำหรับผู้เสียชีวิต คุณนัทระบุว่า เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ จึงไม่เคยพูดคุยหรือเห็นหน้ากันอย่างชัดเจน แต่สังเกตว่ามีพนักงานร้านสะดวกซื้อประมาณ 2-3 คน แวะมาพักช่วงกลางวันเป็นบางครั้ง ส่วนอีกจุดที่สังเกตเห็นคือ ห้องหมายเลข 1 มักมีพัสดุมาส่งและวางไว้บริเวณหน้าห้องโดยตรง แตกต่างจากผู้เช่าห้องอื่นที่ต้องไปรับพัสดุบริเวณจุดวางของกลางใกล้เครื่องซักผ้า

คุณนัทบอกว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องว่ามีผู้เสียชีวิตภายในหอพักในช่วงเย็นของวันถัดมา หลังแฟนโทรศัพท์มาแจ้ง

แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พยานรายนี้รู้สึกหวาดผวาเกิดขึ้นในคืนวาน 16 กันยายน ถัดมา ประมาณ 22.30 น. เมื่อได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าหอพัก ด้วยความสงสัยจึงเปิดม่านหน้าต่างออกไปดู

พยานเล่าว่า เห็นชาย 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาจอดอยู่บริเวณถนนหน้าหอพัก โดยทั้งคู่ไม่ได้ลงจากรถ แต่มีลักษณะมองเข้ามาภายในหอพัก ก่อนขี่รถออกไป แล้ววนกลับมาจอดอีกครั้ง รวมประมาณ 3 รอบ

“หนูเห็นผู้ชาย 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงถนนหน้าหอ ไม่ยอมลงจากรถ แต่พยายามจ้องมองเข้ามาข้างในหอพัก สักพักก็ขี่ออกไป แล้วก็วนกลับมาจอดมองอีก ทำแบบนี้ซ้ำๆ ถึง 3 รอบ แต่ไม่ได้เดินเข้ามา ข้างล่างไฟมันมืดมาก หนูยอมรับว่ากลัวมาก ไม่รู้ว่าชาย 2 คนนั้นเป็นใคร และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่” คุณนัท กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ระบุว่า ขณะนี้แนวทางการสืบสวนให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม แต่ยังไม่สามารถสรุปหรือชี้ชัดถึงตัวผู้ก่อเหตุได้ โดยหนึ่งในแนวทางที่ตำรวจให้ความสำคัญคือ ผู้ก่อเหตุอาจเป็นบุคคลที่รู้จักหรือคุ้นเคยกับผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังเปิดกว้างทุกประเด็น และต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานมาประกอบ

ขณะนี้ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ยังคงเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้าน ตั้งแต่คำให้การของพยาน กล้องวงจรปิด ผลตรวจ DNA ไปจนถึงข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความเชื่อมโยงและคลี่คลายปริศนาการเสียชีวิตของหญิงสาวรายนี้ พร้อมติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด