ทนายอนันต์ชัย - มหาหมี พาพระครูอดุลสารนิเทศ เดินทางจากวัดป่าอดุลยารามไปสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เปลี่ยนชื่อโฉนดจาก "นายเฮียง" เป็นชื่อวัดเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 16 ก.ย. 2569 ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือมหาหมี รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน เดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อนำเรียนขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท โดยในวันนี้มีขั้นตอนสำคัญที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น

ก่อนหน้านี้ นายอนันต์ชัยได้โพสต์ผ่านเพจมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ระบุถึงการลงพื้นที่ในวันที่ 16 กันยายน พร้อมกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า “หมัดน็อก” ในกรณีข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม

จากนั้น นายอนันต์ชัยร่วมดูแลการเดินทางในลักษณะลูกศิษย์วัดป่าในวันนี้ ขณะที่ “น้องนัทเบาหวิว” ลูกศิษย์เจ้าอาวาส คอยประคองพระครูอดุลสารนิเทศเดินขึ้นรถสองแถวของวัด ก่อนคณะออกเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นบรรยากาศตลอดช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนที่ทราบข่าวและติดตามข้อพิพาทดังกล่าว รวมถึงสื่อมวลชนหลายสำนัก เดินทางมาติดตามและรายงานความเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก

ทันทีที่พระครูอดุลสารนิเทศ พร้อมมูลนิธิทนายกองทัพธรรมเดินทางถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น คณะได้เข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น รวมถึงคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถึงขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ

ในช่วงแรกเป็นการหารือภายในห้องเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟังหรือสังเกตการณ์ภายในห้อง

ต่อมาคณะเดินทางมายังห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินขั้นตอนสำคัญเกี่ยวกับโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 ซึ่งเดิมปรากฏชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการทางทะเบียน เปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็น “วัดป่าอดุลยาราม” พร้อมลงนามและประทับตราของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอน ทำให้ชื่อในโฉนดดังกล่าวปรากฏเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ภายหลังเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตราเสร็จสิ้น ได้มีการส่งมอบโฉนดฉบับจริงผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำถวายพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ต่อหน้าสื่อมวลชน ลูกศิษย์ คณะกรรมการวัด และประชาชนที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยาน

ทันทีที่ขั้นตอนดังกล่าวเสร็จสิ้น ผู้ที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างพร้อมใจกันกล่าวคำว่า “สาธุ” ดังทั่วบริเวณ ท่ามกลางรอยยิ้มของพระครูอดุลสารนิเทศ บรรดาลูกศิษย์ คณะกรรมการวัด และญาติโยมที่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้

จากนั้นสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการจัดทำสำเนาโฉนดดังกล่าวให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบโฉนดฉบับจริงให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้เก็บรักษาไว้ ส่วนสำเนาโฉนด สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้จัดทำถวายให้วัดป่าอดุลยารามนำกลับไปเก็บรักษาไว้ที่วัด เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศได้นำโฉนดเลขที่ 61945 ฉบับจริงไปแสดงต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนด โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นโฉนดฉบับจริง ก่อนเข้าสู่กระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อในโฉนด

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายโกวิทย์ แสงสากล หรือ “ทนายบอย” ทนายความของวัด ได้นำความเห็นทางกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 100 หน้า ยื่นต่อสำนักงานที่ดินและอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการทางทะเบียน

อย่างไรก็ตาม แม้ขั้นตอนเกี่ยวกับชื่อในโฉนดที่ดินจะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ แต่ในส่วนคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

สำหรับวันที่ 18 กันยายน 2569 มีการนัดหมายในส่วนของคดีเกี่ยวกับการแจ้งต่อเจ้าพนักงานเพื่อขอออกใบแทนโฉนด โดยประเด็นการสอบสวนเกี่ยวข้องกับการแจ้งว่าโฉนดสูญหาย ทั้งที่ต่อมาปรากฏว่าโฉนดฉบับจริงยังอยู่และถูกนำมาแสดงต่อสำนักงานที่ดิน ขณะที่คดีและข้อกล่าวหาส่วนอื่นยังคงดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมายต่อไป