กรมวิชาการเกษตร–จุฬาฯ–มูลนิธิกสิกรไทย ผนึกกำลังดัน "เทียนขาว" จากแปลงสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สร้างพืชทางเลือกใหม่ เพิ่มรายได้เกษตรกร ฟื้นฟูป่าน่านอย่างยั่งยืน
จาก “เมล็ดพันธุ์” สู่ “ผลิตภัณฑ์สุขภาพ” และจาก “งานวิจัย” สู่โอกาสสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิกสิกรไทย เดินหน้าพัฒนา “เทียนขาว” (Cuminum cyminum L.) เชื่อมโยงงานวิจัยครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ มุ่งสร้างวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพในประเทศ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง พร้อมศึกษาศักยภาพเป็นพืชทางเลือกสร้างรายได้แก่เกษตรกรจังหวัดน่าน ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

หนึ่งในความสำเร็จที่สะท้อนศักยภาพของเทียนขาว คือการนำสารสำคัญมาต่อยอดสู่ ผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำลายเทียม สำหรับผู้มีภาวะปากแห้งหรือน้ำลายน้อย เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากยาบางชนิด รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและลำคอที่มีภาวะดังกล่าวหลังการฉายรังสีหรือการผ่าตัด นับเป็นการเชื่อมองค์ความรู้ด้านการเกษตรเข้ากับนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือเริ่มขึ้นในปี 2567 โดยนำเมล็ดพันธุ์เทียนขาวจากประเทศอินเดียมาทดลองปลูกในประเทศไทย ทั้งในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรและสภาพพื้นที่จริงในจังหวัดน่าน ผลเบื้องต้นพบว่าเทียนขาวสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ในประเทศไทย แม้ยังมีข้อจำกัดด้านการติดฝักและระดับผลผลิต ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยจะนำไปพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทยต่อไป

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่ากรมวิชาการเกษตรรับบทบาทสำคัญในงานวิจัย “ต้นน้ำ” ตั้งแต่การคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์เทียนขาวที่เหมาะสมกับประเทศไทย การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว โดยยึดแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร หรือ GAP ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 3502-2561
“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างวัตถุดิบเทียนขาวที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมเชื่อมข้อมูลคุณภาพจากห้องปฏิบัติการกลับมาพัฒนาการผลิตในแปลง เพื่อให้วัตถุดิบที่เกษตรกรผลิตได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และตลาดอย่างแท้จริง”

ขณะที่ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับช่วงงานวิจัยกลางน้ำและปลายน้ำ โดยทีมวิจัยของ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ศึกษาสารสำคัญและกระบวนการสกัด เพื่อนำวัตถุดิบเทียนขาวมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำลายเทียม มุ่งเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปากและกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสูตรตำรับไปจนถึงการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิก
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันชื่อ “นันท์ เมโดวีณา” เลขทะเบียน 2A 17/67 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2567 สะท้อนความสำเร็จของการนำงานวิจัยมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ และเป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรและเภสัชศาสตร์ เพื่อเชื่อม “ผลผลิตจากแปลง” เข้ากับ “ความต้องการด้านสุขภาพ” ของประชาชน

อีกมิติสำคัญของความร่วมมือ คือ มูลนิธิกสิกรไทย สนับสนุนงบประมาณภายใต้ “โครงการรักษ์ป่าน่าน” เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเทียนขาวเป็นพืชทางเลือกทดแทนหรือลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดในจังหวัดน่าน ครอบคลุมตั้งแต่ความเหมาะสมของพื้นที่ เทคโนโลยีการผลิต ต้นทุนและผลตอบแทน ตลอดจนแนวทางรับซื้อผลผลิต เพื่อให้การส่งเสริมเกษตรกรมีตลาดรองรับ ไม่ใช่เพียง “ปลูกได้” แต่ต้อง “ปลูกแล้วขายได้ และสร้างรายได้ที่คุ้มค่า”
หากผลการศึกษายืนยันถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เทียนขาวจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็น พืชทางเลือกมูลค่าสูงของเกษตรกรไทย ช่วยสร้างรายได้ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์นำเข้า พร้อมสนับสนุนการลดการเผาและลดแรงกดดันจากการขยายพื้นที่เกษตรเข้าสู่พื้นที่ป่า

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาสมุนไพรชนิดใหม่ แต่เป็นการสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เชื่อม “เกษตรกร–งานวิจัย–นวัตกรรมสุขภาพ–ตลาด–สิ่งแวดล้อม” เข้าด้วยกัน เปลี่ยนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการให้ลงสู่แปลง เปลี่ยนผลผลิตจากแปลงให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และเปลี่ยนพืชทางเลือกให้เป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลผืนป่าน่านอย่างยั่งยืน














