ละมุดกรอบสุโขทัย : ผลไม้ GI ที่หวานขึ้นเพราะวิชาการ โดยกรมวิชาการเกษตร ที่บอกเล่าเรื่องราว ว่าด้วยการเปลี่ยนผลไม้พื้นถิ่นให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง
ผลไม้ผิวน้ำตาลอมเหลือง ทรงยาวรีคล้ายไข่ วางเรียงรออยู่บนโต๊ะปูผ้าสีเขียว ข้างหลังเป็นป้ายไวนิลสูงท่วมหัว มีมาสคอตรูปละมุดสวมผ้าพันคอลายสก็อตยืนโบกมือ ใต้ตัวอักษรคำว่า SAPO นี่คือบูท "ซัปโป๊ะ by บ้านอบอุ่น" หนึ่งในบูทที่คนแวะเวียนไม่ขาดสาย ในงานเปิดบ้านวิชาการและตลาดนัดนวัตกรรม "PostPlus" ซึ่งกรมวิชาการเกษตร โดยกองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 8 ชั้น กรมวิชาการเกษตร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมหลังการเก็บเกี่ยว สู่การแปรรูปสร้างมูลค่าผลิตผลเกษตร


ชื่อ SAPO ย่อมาจากคำว่า Sapodilla หรือละมุดนั่นเอง และแยกความหมายออกได้เป็นสี่ตัวอักษร — S จาก Sukhothai, A จาก Agriculture, P จาก Product และ O จาก Organic เจ้าของแบรนด์คือ นายวัลลภ และนางประทุมพร เกตุบำรุง เกษตรกรจากบ้านอบอุ่น ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ผู้ทำแปลงผลไม้ออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากละมุด ทั้งละมุดสด น้ำละมุด และเซรั่ม


ความกรอบและความหวานนั้นเป็นของธรรมชาติ แต่การทำให้ผลผลิตเหลือรอดถึงมือผู้บริโภค เป็นงานของวิชาการ กรมวิชาการเกษตรเข้ามาทำงานร่วมกับสวนแห่งนี้ใน 3 ด้านตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เริ่มจากหน้าแปลง จนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์ ผลลัพธ์จึงไม่ได้อยู่แค่ในแปลง หากอยู่บนกล่องที่ยืดอายุผลผลิตได้นานขึ้น อยู่บนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีเสริม และอยู่บนชั้นวางของห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ในนามวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปละมุดสุโขทัย

“ที่เราทำงานรวมกั
บกรมวิชาการเกษตร จะมีเทคโนโลยีเกี่ยวกับการผลิตเพื่อลดการสูญเสีย คือการทำสเปรย์หมอก เพื่อลดอุณหภูมิภายในสวน ทำให้ดอกละมุดสามารถคงเก็บไว้ได้ที่ต้น ไม่หล่นลงพื้นจนหมด เพิ่มปริมาณผลผลิต ส่วนที่สองคือเรื่องมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพราะว่ากรมวิชาการเกษตรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงของเรา ซึ่งได้มาตรฐาน organic Thailand


ส่วนที่สามคือ ในเรื่องของเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแพคเกจจิ้ง (Packaging) ทำให้อายุในการเก็บของผลผลิต มีอายุยาวนานขึ้น และก็ในเรื่องของการจัดการแมลงต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาของเราพอสมควร ก็มีการเข้าไปในเรื่องการจัดการแมลง เพื่อให้แมลงมีปริมาณที่น้อยลง เพราะเนื่องด้วยมาตรฐานของเราเป็นมาตรฐาน organic Thailand ด้วย ทำให้การจัดการเรื่องสารเคมีในแปลงไม่สามารถทำได้ ก็ต้องใช้สารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งก็ได้รับความรู้จากกรมวิชาการเกษตร” นายวัลลภ กล่าว

“ตลาดนำการผลิต ตลาดนำการวิจัย” นโยบายที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรย้ำบนเวทีในงานวันนี้ จึงมีคำตอบอย่างเป็นรูปธรรมอยู่ในผลละมุดลูกเล็ก ๆ จากจังหวัดสุโขทัยเรียบร้อยแล้ว














