"ตั้ม" สวมชูชีพขับเจ็ตสกีบก ยื่น DSI สอบมูลนิธิกันจอมพลัง พร้อมส่งคลิปลับ อ้างหลักฐานการลงพื้นที่ของนายกัน มีรถ 3 คัน คันที่ 3 เป็นของบอดี้การ์ด คอยรับเงินต่าง ๆ เพื่อไม่ให้นายกันต้องจับเงินโดยตรง

วันที่ 7 ก.ย. 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมสวบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เดินทางเข้ามายื่นหนังสือให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบการระดมทุนของ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” พร้อมส่งมอบคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็น “คลิปลับ” ให้ดีเอสไอใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยวันนี้ทนายตั้ม ติดหนวดใส่เสื้อชูชีพ ขับเจ็ตสกีบกสีส้ม มีการ์ดวิ่งตาม เข้ามาจอดหน้าอาคารตึกดีเอสไอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดสูท เข้ายื่นหนังสือ

นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้ที่ตนขับเจ็ตสกีมา โดยเป็นการขับมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกว่าตนจะขับมาถึงดีเอสไอก็ใช้เวลานานเหมือนกัน แม้บางคนจะเห็นว่า วันนี้ตนจะมีคอนเทนต์อะไรมาก็แล้วแต่ แต่ตนอยากให้พี่น้องประชาชนสนใจคอนเทนต์แค่ 30 ถึง 40% ก็พอ เพราะอยากให้สนใจเนื้อหาที่มากกว่าคอนเทนต์ถึง 70% และตนอยากบอกว่า ทุกอย่างมันถูกเซ็ตจัดขึ้นมาได้ เราแค่มีการตั้งกล้องไว้ตามจุด หรือแม้กระทั่งการเอาคนตายมาทำคอนเทนต์ ก็ยังทำได้เลย ซึ่งทุกอย่างมันสามารถทำได้หมด แต่ตนอยากให้ประชาชนที่ติดตามข่าวมาโฟกัสถึงเนื้อหาดีกว่า โดยเป็นเนื้อหาที่ตนทำมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ที่ตนได้ช่วยเหลือคนตาบอดให้ได้รับโควตาหวย แล้วก็วันนี้ที่ขอให้มีการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ในเรื่องของความสุจริต เพราะต้องบอกว่า ตอนนี้ข้อมูลหลั่งไหลมาจากคนใกล้ตัวนายกันทั้งนั้น และถ้ามันเป็นจริงอย่างที่สายข่าวของตนรายงานมา เราก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน ถ้ามันเป็นจริงก็ไม่ต่างจากองค์กรอาชญากรรม เพราะมันมีทั้งให้คนที่มาทำงานด้วย แต่ไม่จ่ายเงินเดือนเป็นการโอน แต่ให้จ่ายเป็นเงินสดแทน เพื่อไม่ให้มีเส้นทางการเงินติดต่อกัน และนอกจากนี้ ยังมีการหาบัญชีม้าที่เป็นของญาติพี่น้องพ่อแม่ปู่ย่าตายาย โดยซื้อมาในบัญชีราคาละ 5,000 บาท เพื่อให้รับโอนเงินเข้ามา ซึ่งหากมันเป็นเงินที่ถูกกฎหมายก็คงไม่เป็นอะไร แต่มันคงไม่ธรรมแน่นอน และตนฝากถามนายกัน จอมพลัง ไว้เลยว่า ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว รู้จักใช่หรือไม่ และที่ชอบบอกว่าคนไหน ไม่เกี่ยวกับเว็บพนัน ว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง เพราะอะไร เพราะตัวเองไปมีส่วนในการวิ่งเคลียร์คดีให้เขาหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนมีหลักฐานในเรื่องของเงิน 10 ล้านบาทที่ถูกโอนเข้าบัญชีเลขานุการของภรรยานายกัน อย่าตกใจ หรือร้องไห้ไปก่อน เพราะวันนี้ตนเอาหลักฐานทั้งหมดมามอบให้ดีเอสไอแล้ว

นอกจากนี้ สิ่งที่คุณพยายามพูดตลอดว่า พร้อมให้ตรวจสอบ ตนอยากถามว่าจะให้ตรวจสอบอย่างไร ในเมื่อมีคนถามไปคุณก็บล็อก แถมยังไม่เคยเอาเอกสารมาชี้แจงเลย หรือแม้เอาเอกสารมาชี้แจง คุณก็ห้ามทุกคนเปิดเผย ตนจึงอยากให้คนที่รัก กัน จอมพลัง เปิดใจมาฟังตนและกระตุกฟังสักนิดว่าบัญชีของมูลนิธิฯ มันไม่ใช่แค่แสดงว่ารับและจ่ายเท่าไร แต่ถ้าจะดูเรื่องการทุจริต จะดูแค่เงินเข้าออกเท่าไรไม่ได้ แต่ต้องดูว่าเงินมีการโอนออกไปให้บริษัทใดหรือไม่ แล้วได้รับส่วนต่างกำไรเท่าไร อย่างไร แล้วเงินก้อนนี้ ท้ายสุดย้อนมาที่คนใกล้ตัวของนายกันเองหรือไม่ เราต้องตรวจแบบนี้

นายษิทรา เผยต่อว่า ส่วนในเรื่องของชุดเกราะ ตนสังเกตว่า นายกันยังไม่มีปัญญามาตอบเลย เพราะคุณไม่กล้าตอบใช่หรือไม่ เพราะตอบอย่างไรก็ตอบไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องชุดเกราะ Level 4 เขาขายกัน 6,990 บาท มีทั้งหน้า-หลัง แถมถ้าสั่งผลิตจากเมืองจีนยังถูกกว่านี้อีก อาจจะราคา 2,000-3,000 บาทเท่านั้น แต่คุณเอามาโชว์ติ่งของตัวเองว่าซื้อมาแค่ 6,000 บาทเอง และยังอ้างการเป็นบุญคุณแก่ประเทศชาติอีก แต่ 6,000 บาทนี้มันเป็นกรอบแค่ด้านเดียว แต่แพงกว่ากันเท่าตัว รวมถึงยังพบว่ามีการไปรีวิวให้บริษัทอีกว่ารับทำ จนอยากรู้ว่ารับทำกี่ตัว และรับมาจากจีนอีกกี่ตัว ไม่ใช่ว่ารับทำทุกตัวใช่หรือไม่ อยากให้ตอบคำถามนี้ก่อน คุณอย่าเบี่ยงเบนว่าจะไปทำความดี ถ้าคุณจะทำคุณก็ทำไป แต่การทำความดีต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่าเอาเงินของประชาชนมาทำให้มันดำมืดแล้วไม่สามารถตรวจสอบ ทั้งนี้ การจะมาบอกว่าตัวเองเป็นคนดีแบบนี้ไม่ถูกหรอก เพราะตนก็ไม่เคยได้บอกว่าตัวเองเป็นคนดี และกล้าบอกเลยว่าตนเป็นคนเลว ทั้งที่เมื่อก่อนก็ทำความดี แม้คนชอบมาถามว่าทนายตั้มเคยทำอะไรบ้าง ตนอยากให้คนที่ติดตามตนมานานรบกวนช่วยทำสกู๊ป หรือรีวิวให้ตนหน่อยว่าที่ผ่านมา ตนเคยทำเคสไหนมาบ้าง ที่สำคัญคือตนไม่เคยไล่ต่อยตีกับเด็กแว๊นหรือเด็กสก๊อยส์เลย

แล้วที่นายกันชอบไปอวดอ้างถึงแก๊งเด็กวัยรุ่น ว่า "มารังสิตมึงกล้ามาไหม" โอ้โห แม่งโคตรเก่งเลย แล้วทำไมทีนี้ต้องมาเจอกับตน ทางนายกันกลับเงียบกริบ ไม่เหมือนนายกันคนเก่าเลย และตนอยากบอกว่า การรับบริจาคเอาเงินของคนอื่นมา แล้วมาเป็นนักบุญทุนชาวบ้าน เอาเงินบริจาคชาวบ้านแล้วเอามาใช้ซื้อของแต่สกรีนชื่อตัวเองหมดเลยว่า "กันจอมพลังช่วยสู้" ตนอยากถามว่ากรณีของ "หนุ่ม กรรชัย" ที่บริจาคที 1-2 ล้านบาท เคยเห็นเขาเอาไปสกรีนชื่อหรือไม่ มันไม่เคยมีใครทำแบบนั้นหรอก พวกนี้เขาทำความดีโดยที่ไม่ต้องเอาหน้าหรือไปสกรีนชื่อให้เต็มบังเกอร์หรอก และเท่าที่ตนรู้ ตนยังรู้ว่าบังเกอร์ของนายกันก็ได้มาฟรี แล้วไหนจะประเด็นของคนที่เขาส่งทราย ส่งหินให้คุณฟรี เขาอยากจะดูว่าคุณต้องเอารายการพวกนี้ไปรับของบริจาคแล้วไปซื้อที่ไหนอีกหรือไม่ ฉะนั้น วันนี้คุณต้องถูกตรวจสอบแล้วจะมาอ้างไปทั่วไม่ได้ ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เขาอยากรู้ความจริงว่า กัน จอมพลัง เป็นคนดี หรือว่าเป็นปีศาจกันแน่ ฉะนั้น ขอให้ออกมาตอบโต้เลยว่าเสื้อเกราะของคุณ ทำไมมันถึงแพงกว่าชาวบ้านเขา แล้วมีการจ่ายเงินค่าอะไร อย่างไรบ้าง เพราะว่าตนจะให้ทางดีเอสไอตรวจสอบต่อเลยว่าบริษัทนั้นเป็นนอมินีของคุณหรือไม่

ส่วนคลิปลับที่วันนี้ตนนำมามอบให้กับดีเอสไอ มันคือรายละเอียดซึ่งเกี่ยวกับการทำงานของนายกัน จะสังเกตว่า เวลานายกันไปทำงานลงพื้นที่จะใช้รถ 3 คัน คันแรก คือ คันของนายกันเอง ส่วนคันที่ 3 คือ คันสำคัญ เพราะเป็นคันของบอดี้การ์ด โดยสายข่าวกระซิบบอกตนว่า คันที่ 3 นี้ จะเป็นทีมที่ไปคอยรับเงินต่าง ๆ เพื่อไม่ให้นายกันต้องจับเงินโดยตรง

วันนี้ ตนได้ประสานเรื่องรายชื่อพยานและหลักฐานที่ขอให้ดีเอสไอเชิญมาสอบถามข้อมูล แม้ตอนนี้มันเริ่มมีการข่มขู่พยานเกิดขึ้นแล้ว เพราะพยานบอกว่ากลัวคนนี้มาก (กลัวนายกัน จอมพลัง) เพราะรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้างและคอนเน็คชั่นของเขาถึงแทบจะทุกหน่วยงานเลย ไม่ว่าจะกระทรวงมหาดไทย ยกตัวอย่างวันนั้นที่ตนไปที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อยื่นเอกสารตรวจสอบ ก็ปรากฏว่ามีคนติดต่อมาหาตนเอง อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย หากมีข้อมูลอะไรส่งให้เขาได้เลย แล้วเขาจะประสานผู้ใหญ่ให้ แต่ตนไม่รู้จักเจ้าหน้าที่รายนี้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนส่งข้อความมาเตือนตนว่า คนนี้คือคนที่ส่งข้อมูลให้นายกัน จอมพลัง มาโดยตลอด ดังนั้น เรื่องตรวจสอบที่นายกันบอกว่า กล้าให้หน่วยงานตรวจสอบ ก็เพราะว่าอะไร ก็เพราะว่าหน่วยงานล้วนมีแขนขาของนายกันเยอะไปหมด

นายษิทรา ยังอ้างอีกว่า ตนอยากถามนายกัน ว่า นายกันรู้จักและจำร้านทองบางแสนได้หรือไม่ ตนขอบอกแค่นี้ เพราะอาจจะทำให้เขากลัวขี้แตกแล้วก็ได้ และนอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเรื่องที่นายกันใช้บริษัทกลางไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง มาใช้รับเงินรับงานแทนบริษัทจริงของเขา ซึ่งพฤติกรรมของบริษัทกลางที่รับงานแทนเหล่านี้ ก็มักใช้รายชื่อของพรรคพวกคนรู้จักไว้ใจกันมานั่งเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น โดยไม่ให้มีชื่อของกัน จอมพลัง ไปอยู่ในบริษัทนั้น ๆ และเท่าที่ตนติดตามข่าวมา ก็พบอีกว่ามูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ไม่มีการใช้ชื่อตัวนายกันเองเป็นกรรมการในมูลนิธิฯ เลย แต่เพิ่งจะมาเปลี่ยนตอนหลังเพื่อเซฟตัวเอง ดังนั้น ถ้าหากมูลนิธิฯ เกิดมีปัญหาในเรื่องของการฟอกเงิน ตัวเขาจะได้ลอยตัว เหมือนเขามีหน้าที่ทำไปเพื่อเอาเงินเข้ามูลนิธิฯ อย่างเดียว แต่พอตอนหลังมาเปลี่ยนเพราะมีข่าวขึ้นมาว่า "กัน จอมพลัง" ไม่ได้เป็นอะไรในมูลนิธิเลย แถมยังยกสมบัติทั้งหมดให้มูลนิธิของผู้กองธรรมนัสอีก ชื่อ "มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล" จากนั้น ทราบอีกทีก็คือ มีการเปลี่ยนชื่อจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศลเป็นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์

“จากข้อมูลที่ตนได้รับ กรณีที่นายกันได้ใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่นมาใช้ในการทำธุรกรรม พบว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 บัญชี ซึ่งถ้าหากแยกออกมาจะเห็นได้ว่า คนหนึ่งมีบัญชีธนาคารเข้าไปเกี่ยวข้องถึง 3-4 บัญชี ทราบว่าในตอนทำงานด้วยกัน คงจะมีการขอน้อง ๆ ว่าขอใช้บัญชีธนาคาร จึงทำให้น้องยังไม่รู้เรื่องและเกิดความไว้วางใจให้ใช้ ทั้งนี้ พบด้วยว่า แค่ 1 บัญชีธนาคาร ก็มีคนโอนเงินเข้าไปถึงหลักล้านบาทในคืนเดียว และถูกธนาคารอายัดเงินไว้ ก่อนที่ต่อมาจะมีการทำเรื่องปลดอายัดได้ ซึ่งกรณีแบบนี้ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติหรือไม่ ธนาคารจึงอายัดไว้ในตอนแรก”

นายษิทรา อ้างต่อว่า ส่วนการทำเสื้อเกราะจะต้องรับใบอนุญาตจากภาครัฐ หรือต้องมีหน่วยงานรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องเอื้อประโยชน์หรือไม่นั้น การได้ใบอนุญาตมันเกี่ยวกับการทำธุรกิจของเขาอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะขอใบอนุญาต ส่วนของรัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องส่วนต่างและการหลอกลวงหรือไม่ ตนมองว่าอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น

นายษิทรา ปิดท้ายว่า ถ้าทีมงานนายกัน หรือทีมงานของใครก็แล้วแต่ ไปข่มขู่คุกคามพยานในเรื่องนี้ ตนจะมีการคัดค้านการประกันตัวในตอนท้าย ถ้าคุณถูกดำเนินคดี และอย่าแม้แต่จะเข้าไปใกล้บ้านของพยานแต่ละคน เพราะตนเกรงว่าหลักฐานที่เอามาให้ดีเอสไอวันนี้ มันมีรายชื่อพยานและชื่อบริษัทนิติบุคคลต่าง ๆ เนื่องด้วยพยานเห็นถึงความผิดปกติของมูลนิธิฯ ในการเอาบัญชีของพ่อแม่เขาญาติเขาไปใช้ โดยเฉพาะมีน้องคนหนึ่ง ได้ไปตรวจสอบบัญชีพบว่าเงินเข้าหลายแสนบาท จึงกลัวว่าเป็นเงินผิดกฎหมายหรือไม่ กลัวว่าจะถูกคดีหรือไม่ น้องคนนี้จึงไปคุยกับเพื่อนว่าจะไม่ทำงานที่นี่แล้ว และตนขอย้ำว่าก่อนที่ตนจะคุยกับใคร ตนต้องเช็กก่อนว่าคนนี้ทำงานกับนายกันจอมพลังจริงหรือไม่ อนึ่ง ข้อกล่าวหาที่ตนมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายกัน จอมพลัง ในวันนี้ คือ ฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน เป็นต้น และขอให้ดีเอสไอตรวจสอบว่ายังมีความผิดอย่างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ามีผิดเพิ่มเติมก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อได้