"น้องลูกปลา" เปิดใจหลังหายตัวไปกับแฟน7วัน อ้างไปเที่ยว ไม่มีสัญญาณมือถือ ตำรวจพบพิรุธคำให้การ
ความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.วิชุดา หรือน้องลูกปลา อายุ 33 ปี ที่หายตัวไปจากบ้านพัก จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 กระทั่งล่าสุด เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (4ก.ย.69) พบตัวน้องลูกปลา ที่สบปราบ จ.ลำปาง ขณะนั่งรถทัวร์รถโดยสารสายเชียงใหม่-กาญจนบุรี เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน
ล่าสุดวันนี้ (5 ก.ย.69) ด้าน พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลาดหญ้า นำกำลังไปรอรับตัวของ น้องลูกปลา บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน ก่อนจะเชิญตัวมาบันทึกปากคำที่ สภ.พนมทวน
น้องลูกปลา ยังคงมีท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีร่องรอยคล้ายกับคนที่ถูกคุมบังคับหรือถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมบอกว่า ตนเองปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกทำร้ายหรือถูกบังคับ แต่ที่ขาดการติดต่อกับทางบ้านไปเนื่องจากโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เนื่องจากทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่เดินทางไปเที่ยวด้วยกันเท่านั้น

จากนั้น พ.ต.อ.จอมพล เข้าสอบถามข้อมูลจาก น.ส.ลูกปลาด้วยตนเอง โดยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เดินทางไปเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับนายนัท ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม โดยทันทีที่ไปถึง นายนัทพาไปอยู่ที่รีสอร์ตริมชายแดน พร้อมให้ตนอยู่แต่ในห้อง ส่วนนายนัทเดินทางออกไปหาเพื่อนและไปทำธุระด้านนอก ซึ่งพื้นที่ที่ตนเข้าไปอยู่ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ทำให้ไม่สามารถติดต่อหรือส่งข่าวกับทางบ้านได้
น.ส.ลูกปลา บอกอีกว่า ตลอดช่วงเวลาที่อยู่เชียงใหม่ ตนไม่ได้เดินทางออกไปไหนเลย มีเพียงนายนัทที่คอยส่งข้าวส่งน้ำให้ที่ห้อง
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงนายนัท น.ส.ลูกปลาอ้างว่า หลังไปอยู่ได้ไม่กี่วันเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนต้องการจะกลับบ้าน แต่นายนัทยังไม่กลับ จึงทะเลาะกันและไม่ได้เจอกันอีก กระทั่งเห็นข่าวที่ทางบ้านตามหาตนเอง จนถึงตัดสินใจเดินทางมาขึ้นรถโดยสารกลับบ้านด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม คำให้การของ น.ส.ลูกปลา ยังขัดแย้งกับข้อมูลที่ทางชุดสืบสวนที่ได้ข้อมูลมา โดยเฉพาะเรื่องของนายนัท ที่ น.ส.ลูกปลาอ้างว่า ช่วงอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ นายนัทคอยส่งข้าวส่งน้ำให้กับตนเองอยู่ตลอด โดยใช้รถกระบะคันที่ขับมารับตน ขับไปทำธุระและหาซื้อข้าว ซื้อน้ำให้กับ น.ส.ลูกปลา
แต่จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า รถกระบะคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ และรถยังมีการสวมแผ่นป้ายทะเบียน ที่ไม่ตรงกับหมายเลขตัวถังรถด้วย
หลังจากนี้จะได้เชิญ น.ส.ลูกปลาเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะให้ทางครอบครัวเดินทางมารับตัวกลับบ้าน ส่วนตัวของนายนัท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ออกติดตามหาข่าวต่อไป รวมถึงหาข้อมูล เพื่อสรุปให้ชัดเจน ว่าเป้าหมายที่นายนัท และ น.ส.ลูกปลาเดินทางไปที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อสาเหตุใดกันแน่

















