สำนักงานชลประทานที่ 6 เดินหน้าโครงการฝายลำห้วยใหญ่ ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซาก ช่วยพื้นที่เกษตรกว่า 300 ไร่ หนุนการอุปโภคบริโภค 150 ครัวเรือน
จากเดิมที่ลำห้วยใหญ่ในตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เคยเป็นเพียงร่องน้ำแห้งขอดในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ไม่มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่รองรับ มีเพียงฝายเดิมที่สร้างไว้นานแล้ว กักเก็บน้ำได้น้อย ตื้นเขิน และไม่สามารถต้านทานความแห้งแล้งได้ ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 จึงได้ลงพื้นที่สำรวจและดำเนินการก่อสร้าง “โครงการฝายลำห้วยใหญ่” พร้อมขุดลอกลำห้วยเพื่อเพิ่มความจุเก็บกักน้ำ

นายสาธร สาธุภาค ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 6 ระบุว่า โครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ดำเนินการก่อสร้างฝายทดน้ำลำห้วยใหญ่ พร้อมขุดลอกลำห้วยใหญ่ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ในลำห้วย

สำหรับประโยชน์ของโครงการ นายสาธร เปิดเผยว่า สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในตำบลบ้านทุ่มได้ประมาณ 300 ไร่ และช่วยเหลือด้านการอุปโภคบริโภคได้ประมาณ 150 ครัวเรือน นอกจากนี้ ราษฎรในตำบลบ้านทุ่มยังสามารถใช้ลำห้วยในการลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรและการคมนาคม อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารในเขตตำบลบ้านทุ่มอีกด้วย


ด้านเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ กล่าวถึงสภาพปัญหาก่อนหน้านี้ว่า ฝายเดิมที่มีอยู่เป็นฝายขนาดเล็ก สร้างมานาน กักเก็บน้ำได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม เมื่อไม่มีฝายกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพ น้ำในลำห้วยจึงไหลออกจนแห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำเข้าไปใช้ในพื้นที่เกษตรได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมาโดยตลอด


ปัจจุบันหลังจากโครงการแล้วเสร็จ เกษตรกรในพื้นที่ระบุตรงกันว่า สถานการณ์น้ำดีขึ้นกว่าเดิมมาก แม้ในช่วงฤดูแล้งน้ำในลำห้วยก็ยังคงเต็มอยู่ตลอด สามารถนำไปใช้ทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับเลี้ยงสัตว์ และเป็นแหล่งหาปลาของคนในชุมชน โดยมีชาวบ้านมาทอดแหหาปลาในลำห้วยเป็นประจำแทบทุกวัน

จากลำห้วยที่เคยแห้งขอด สู่แหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงทั้งผืนนาและชีวิตผู้คน “ฝายลำห้วยใหญ่” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำที่ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน















