รองผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมปรับแผนใช้เครื่องตัดถ่างตัดเศษเหล็กออกคล้ายกรณีตึก สตง.ถล่ม ยังพบจุดความร้อนอุณหภูมิสูงตกค้างด้านใน เสี่ยงอาคารทรุดตัว ด้านคดีตำรวจสอบปากคำพยาน-ผู้เสียหายไปแล้วกว่า 100 คน

รองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องชะลอการทำงานลงชั่วคราวในช่วงที่มีฝนตกหนัก แต่ฝนตกเพียงระยะเวลาสั้น ๆ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างที่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่เมื่อฝนเริ่มซา เจ้าหน้าที่ได้นำโดรนขึ้นบินสำรวจสภาพพื้นที่อีกครั้ง เนื่องจากยังพบจุดที่มีอุณหภูมิสูงตกค้างอยู่ด้านในอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้

สำหรับการนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ รถแบคโฮได้เข้าประจำการบริเวณด้านข้างของตลาดเพื่อพยายามเข้าจุดเกิดเหตุ แต่พบอุปสรรคสำคัญคือแผ่นเมทัลชีทและชิ้นส่วนโครงสร้างอาคารพังทับซ้อนกันอยู่จำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถเปิดพื้นที่ได้ทันที
ซึ่งการปฏิบัติงานต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเมื่อขยับโครงสร้างบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้ปริมาณอากาศหรือออกซิเจนเข้าไปเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดการปะทุซ้ำ รวมถึงความเสี่ยงโครงสร้างอาคารที่พังเอียงถูกยึดตึงไว้ด้วยเหล็ก หากใช้แรงขยับมากเกินไปอาจเกิดการถล่มซ้ำลงมา

และจากสภาพโครงสร้างเหล็กที่พังทลายลงมารวมกัน เจ้าหน้าที่ประเมินว่าท้ายที่สุดอาจต้องใช้กำลังคนพร้อมแก๊สตัดเหล็กเพื่อตัดแยกโครงสร้างอย่างละเอียด คล้ายกับกรณีการทำงานที่ตึก สตง. เพื่อให้สามารถเปิดทางและฉีดน้ำเข้าลดอุณหภูมิในจุดที่ความร้อนสูงได้ และหลังฝนหยุดตกเจ้าหน้าที่ได้เริ่มกลับเข้าไปประเมินสถานการณ์และส่งทีมชุดใหม่เข้าไปปฏิบัติการเพราะฝนหยุดตกแล้ว แม้อุณหภูมิในจุดเกิดเหตุจะยังคงสูงเท่ากับช่วงเช้า แต่ไม่มีการขยายตัวไปบริเวณอื่น จึงต้องมีการปรับแผนปฏิบัติการใหม่ จากเดิมในช่วงเช้าที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้วางแผนจะใช้รถแบคโฮลุยขุดตัดเข้าไป ซึ่งการปรับแผนนี้จะใช้เวลาอีกพอสมควรและไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับจุดที่ยังมีความร้อนสูงในขณะนี้มีอยู่ 2 จุดหลัก คือบริเวณส่วนหน้าค่อนมาทางช่วงกลางของอาคารและบริเวณอาคารด้านหลังซึ่งมีรถยนต์จอดอยู่

ด้านการช่วยเหลือและลงทะเบียนผู้ได้รับความเสียหาย กรุงเทพมหานครร่วมกับตำรวจนครบาล 6 ได้จัดตั้งศูนย์บริการร่วมจุดเดียวเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ค้า ไม่ต้องเดินทางหลายแห่ง และจากข้อมูลพื้นที่ตลาดเบื้องต้นระบุว่ามีจำนวนล็อคและแผงค้าค่อนข้างมาก โดยมีถือถือครองสัญญาประมาณ 400 คน

ส่วนสำหรับความคืบหน้าในการลงทะเบียนและแจ้งความ การลงทะเบียนกับสำนักงานเขต มีผู้ค้าเข้ามาลงทะเบียนและแจ้งรายชื่อแล้ว 154 คน รวมถึงกรณีผู้มาช่วยขายที่ได้รับมอบหมาย อย่างไรก็ตามพบปัญหาเอกสารหลักฐานของผู้ค้าบางส่วนถูกไฟไหม้เสียหายอยู่ภายในร้านค้า หลังจากนี้สำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลการแจ้งความไปตรวจสอบกับเอกสารของทางตลาดเพื่อเร่งรัดกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

รองศาสตราจารย์ทวิดา ระบุอีกว่า เนื่องจากสินค้าภายในตลาดส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์และโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้เกิดสารเคมีและกลิ่นไหม้กระจายออกมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ได้รับอันตรายร้ายแรงจากควันและกลิ่น แต่เนื่องจากกลิ่นมีลักษณะรบกวนอย่างมาก จึงแนะนำให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สวมหน้ากากอนามัย

ขณะเดียวกันผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการให้นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเข้ามาปักหลักปฏิบัติการ โดยกำหนดจุดจอดบริเวณโรงพยาบาลกลาง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร อยู่ในระยะรัศมีมาตรฐานการวัดที่ 300 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ลานกว้าง มีกลุ่มเบาบางจำนวนมากและไม่กีดขวางการถอยเข้า-ออก ของรถตีนตะขาบและรถดับเพลิงในพื้นที่เกิดเหตุ

รองศาสตราจารย์ทวิดา ยืนยันว่า ไม่มีประชาชนทั่วไปได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยสรุปยอดผู้บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บระดับเขียว-เหลือง (เจ็บเล็กน้อย-ปานกลาง) 10 คน เกิดจากเศษกระจกบาด โดนเศษปูน หรือสะเก็ดต่าง ๆ โดยได้รับการรักษาพยาบาลที่จุดเกิดเหตุและโรงพยาบาลกลาง ขณะนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ทั้งหมดแล้ว อีกส่วนคือผู้บาดเจ็บสูดดมควันพิษ 1 คน เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มีอาการสำลักควัน ซึ่งควันมีส่วนประกอบของสารเคมี โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการประสานงานร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีและส่งตัวเข้ารับการรักษาด้วยการอัดอากาศออกซิเจนแรงดันสูง ขณะนี้อาการคงที่ รู้สึกตัวดี และย้ายมาพักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลกลาง

นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้ส่งทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขเข้าดูแลสภาพจิตใจของผู้ค้าที่ประสบเหตุ ซึ่งมีอาการเครียดและสะเทือนใจจากความสูญเสียทรัพย์สิน โดยมีผู้ค้า 2-3 คน ที่อยู่ในการดูแลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐเพื่อผ่อนคลายความกังวล ส่วนข้อมูลใบอนุญาตประกอบการอาคาร สำนักงานเขตอยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดเพื่อชี้แจงเพิ่มเติม

ส่วนทางด้านคดีความ พันตำรวจโทสมศักดิ์ ธิจริยา รองผู้กำกับสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ที่มาแจ้งความภายในศูนย์อำนวยการชั่วคราวขณะนี้อยู่ที่ 62 คน ที่ สน. พลับพลาไชย 1 อีก 106 คน ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ และขณะนี้พนักงานสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การทยอยสอบปากคำผู้เสียหาย ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นเหตุการณ์เป็นคนแรกยังอยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจยังไม่สามารถเข้าไปเก็บพยานหลักฐานได้