"อนุทิน" ลงพื้นที่ไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ยันคุมเพลิงได้แล้ว เร่งเคลียร์จุดความร้อน เตือนประชาชนเลี่ยงควันพิษ สั่งตำรวจคุมเข้มกันโจรฉวยโอกาส อย่าซ้ำเติมผู้ประกอบการ ย้ำ! จับได้ลงโทษเด็ดขาด พร้อมเปิดลงทะเบียนเยียวยาผู้ค้าแผงลอย ส่วนอนาคต "คลองถมเซ็นเตอร์" ยังไม่ปิดตำนาน รอประเมินความคุ้มค่า ขณะที่ปมวางเพลิงไล่ที่ ลั่น "ไม่มีเหตุผล" รอ พฐ. สรุปสาเหตุ

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ภายในศูนย์การค้า "คลองถมเซ็นเตอร์" โดยเดินทางมาในชุดอยู่บ้านสบายๆ พร้อมสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น เพื่อความปลอดภัยจากฝุ่นควัน หลังเจ้าหน้าที่สกัดเพลิงไว้ได้




ระหว่างลงพื้นที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านและให้กำลังใจตลอดเส้นทาง ก่อนที่จะเข้าไปถึงจุดที่รถแบ็กโฮกำลังทำงาน และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งฉีดน้ำ เพื่อให้ควันไฟเบาบางลง เนื่องจากบางจุดยังมีไฟปะทุ


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เข้าสำรวจความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้พูดคุยกับ เจ้าของโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ช่วงหนึ่งเจ้าของโครงการ รายงานให้นายกรัฐมนตรีฟังว่า "พื้นที่ดังกล่าว มี 4 ไร่ หากคิดเป็นพื้นที่ใช้สอย อยู่ที่ประมาณ 8,000 กว่าตารางเมตร และส่วนตนเองเป็นเจ้าของที่ เมื่อวานเราพยายามทำทุกอย่างไม่ให้มีคนเจ็บ หลังจากนี้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย อาจจะไม่มีคลองถมแล้ว เดี๋ยวนี้ออนไลน์มันแรงด้วย และตอนเกิดเหตุร้านปิดหมด ประมาณ 6 โมงเย็น ก็ไม่มีคนอยู่แล้ว เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยมีคน"




หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในภาพรวมไว้ได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มไฟและจุดความร้อนลุกไหม้เป็นหย่อมๆ อยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย จึงได้ประสานงานนำรถแบ็กโฮเข้ามาช่วยเคลียร์และเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเข้าถึงจุดต้นเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดต้องน่ากังวลว่าเพลิงจะลุกลามขยายวงกว้างอีก


และเนื่องจากเพลิงไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ร้านค้าส่งและอุปกรณ์ต่างๆ สินค้าบางส่วนเป็นเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดควันพิษหนาแน่นและมีกลิ่นแรง จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ หากจำเป็นต้องเข้ามา ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ




ทั้งนี้ รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร นำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา สามารถบล็อกพื้นที่เส้นทางไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนข้างเคียงได้ทันท่วงที โดยได้รับความชื่นชมจากชาวบ้านและผู้ประกอบการว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการดูแลและเยียวยาแล้ว โดยผู้ที่มีอาการหนักได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตราย


ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ามีคนฉวยโอกาสเข้ามาขโมยสินค้าในช่วงเช้ามืด นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดกำลังสายตรวจคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงเหลืออยู่อย่างใกล้ชิด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่จะซ้ำเติมผู้เดือดร้อนว่า "หากตรวจพบหรือจับกุมได้ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและลงโทษขั้นสูงสุด"




เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ผู้ประกอบการและเจ้าของอาคาร ตัดพ้อว่าอาจไม่มีการทำตลาดคลองถมต่อ เนื่องจากโครงสร้างอาคารเสียหายหนัก ยุบตัวลงมา และสู้กระแสการค้าออนไลน์ไม่ไหว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าของอาจกำลังท้อแท้ เสียใจ เพราะเป็นสถานที่สร้างอาชีพให้ผู้คนและชาวบ้านมานานหลายสิบปี


เมื่อถามย้ำว่าจะปิดตำนานคลองถมเซ็นเตอร์เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า "เจ้าของธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจากไฟไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งตลาดยุคใหม่เป็นตลาดออนไลน์ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันภายหลังว่าจะกลับมาค้าปลีกหรือค้าย่อยได้อีกหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่กับการแข่งขันการค้ายุคใหม่" อย่างไรก็ตามโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินต่างๆ มีการทำประกันภัยไว้ ซึ่งจะมีการชดเชยตามขั้นตอนประกันภัยต่อไป




สำหรับกรณีผู้ค้าแผงลอยที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐได้ตั้งโต๊ะจุดลงทะเบียนอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ณ วัดพระพิเรนทร์ เพื่อให้ผู้เสียหายมาแจ้งรายละเอียด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้เดือดร้อนมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินชดเชย และช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์การบรรเทาสาธารณภัยแล้ว


ส่วนการตั้งข้อสังเกตกรณีข่าวลือการวางเพลิงเพื่อไล่ที่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องทำเช่นนั้น ขออย่าตั้งสมมติฐานที่บั่นทอนจิตใจผู้ประสบภัย ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะทราบผลสรุปในเวลาอีกไม่นาน