"สุริยะ" บุกสกล! เร่งบริหารน้ำ รับมือฝนลด 8% ดัน "ห้วยโทง" เพิ่มน้ำ–ขยายพื้นที่เกษตรกว่า 1,000 ไร่ ปูทางเศรษฐกิจยั่งยืน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำด้านการเกษตร และพบปะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และเกษตรกร ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร โดยกล่าวว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับ การบริหารจัดการน้ำ เพราะน้ำคือหัวใจของการเกษตร การมีแหล่งน้ำที่มั่นคงซึ่ง จะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิต ลดความเสี่ยงภัยแล้ง และอุทกภัย และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ ที่รัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่องและจากการติดตามความก้าวหน้า การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน



ทั้งนี้จากรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะ จากประชาชน และเกษตรกรชาวจังหวัดสกลนครในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงาน ของทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป


สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับฟังการรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยกรมชลประทาน ระบุว่า ในปี 2569 คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณฝนลดลงประมาณร้อยละ 8 ซึ่งภาพรวมแหล่งน้ำทั้ง 166 แห่งในจังหวัดสกลนคร มีปริมาณน้ำกักเก็บรวม 613 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุทั้งหมด โดยน้ำส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 83 ถูกนำไปใช้ในภาคการเกษตร ปัจจุบันเกษตรกรได้ดำเนินการเพาะปลูกไปแล้วกว่า 330,000 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 88 ของพื้นที่เป้าหมาย


ส่วนด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการชลประทานจังหวัดสกลนครเร่งนำเสนอโครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยโทง ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินและอาคารชลประทานชำรุด โดยแผนพัฒนาประกอบด้วยการขุดลอกเพิ่มความจุ ปรับปรุงระบบส่งน้ำ และติดตั้งสถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความจุอ่างเป็น 8.2 ล้านลูกบาศก์เมตร และขยายพื้นที่รับประโยชน์ได้อีกกว่า 1,000 ไร่
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาชลประทานครอบคลุมพื้นที่อีกหลายอำเภอ เช่น อำเภออากาศอำนวย คำตากล้า และบ้านม่วง รวมงบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างยั่งยืนด้วย















