"บิ๊กราญ" รอง.ผบ.ตร - พล.ต.ท.นพศิลป์ นำกำลังปฏิบัติการเฟส 6 ปราบนอมินีต่างชาติ ทลาย "พูลวิลล่าเถื่อน" หัวหิน พบ 33 บริษัทต้องสงสัยถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่าราว 300 ล้าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า-กรมที่ดิน กว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 พูลวิลล่าเถื่อน” ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจค้น 15 จุด ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่า พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้เป็นการใช้บริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมีคนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนชาวต่างชาติเพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท

โดยเป้าหมายสำคัญ คือ โครงการบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งลักษณะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์น มูลค่าราคาหลังละประมาณ 10 - 20 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้าน 2 หลังสำคัญ หลังแรกพบผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในบ้านพักเป็นชายสัญชาติอเมริกัน และมีภรรยาเป็นชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งหลังนี้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยด้วยตัวเอง



ช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.สำราญ ได้ซักถามเจ้าของบ้านสองสามีภรรยา เบื้องต้นอ้างว่า เขาไม่รู้จักหุ้นส่วนของบริษัทที่เป็นคนไทย ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน และพักอาศัยมาตั้งแต่ปี 2022 รวม 4 ปีแล้ว

ส่วนอีกหนึ่งหลังสำคัญ คือ บ้านของบุคคลสัญชาติออสเตรีย ซึ่งพบเจ้าของบ้านถือครองอสังหาริมทรัพย์แบบ 100% และหลังนี้ นอกจากซื้อมาครอบครองแล้วยังมีการเปิดให้เช่าเป็นรายเดือนด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าว พบว่า มีการใช้คนไทยจดทะเบียนถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ 7 สัญชาติ คือ ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อังกฤษ อเมริกัน จีน ออสเตรีย และอิตาลี มีทั้งหมด 6 บริษัท และจากการปฏิบัติการในครั้งนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 45 ราย ออกหมายเรียกคนไทย 39 ราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 13 ราย ประกอบด้วย ชาวอังกฤษ 3 ราย , อิตาลี 1 ราย , จีน 4 ราย , ฝรั่งเศส 1 ราย , เนเธอร์แลนด์ 1 ราย , ออสเตรีย 1 ราย , ฟิลิปปินส์ 1 ราย , อเมริกา 1 ราย

ทั้งนี้ ในภาพรวมพื้นที่ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่า มีบริษัทที่ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดในลักษณะรับจดทะเบียนนอมินีให้ชาวต่างชาติ 1,500 บริษัท แต่พบการกระทำความผิด 849 บริษัท ซึ่งวันนี้ เริ่มต้นดำเนินการเอาผิดแล้ว 33 บริษัท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเอาผิดอย่างต่อเนื่อง