หญิงแม่ลูกอ่อน ร้องกระบะตัดหน้า เฉี่ยวชน จยย.สามี อาการโคม่าแล้วหนี โดยสามีตั้งใจซื้อเค้กกลับมาเพราะเป็นวันเกิดของเธอ อีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงบ้าน

หญิงวัย 32 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อขอให้เร่งติดตามตัวผู้ขับขี่รถกระบะสีขาว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะรถกระบะขับตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของสามี จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มและเฉี่ยวชนกัน ทำให้สามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะกระแทกพื้น และล่าสุดมีอาการเลือดคั่งในสมอง ยังไม่รู้สึกตัว ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

ผู้เสียหายคือ น.ส.ธัญพร อายุ 32 ปี อุ้มลูกน้อยวัย 3 เดือน เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่สามีขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ เดินทางกลับบ้านพักหลังเลิกงาน โดยขณะเกิดเหตุมีรถกระบะสีขาวขับตัดหน้า ทำให้รถจักรยานยนต์ของสามีเฉี่ยวชน ก่อนเสียหลักล้มลงกับพื้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สามีได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ จนมีเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวและต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

น.ส.ธัญพร เล่าว่า สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว และวันเกิดของตนในวันที่ 27 กันยายน สามีตั้งใจซื้อเค้กเพื่อกลับมาเป่าเค้กด้วยกัน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น แต่กลับเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

ปัจจุบันครอบครัวมีลูกสาววัย 13 ปี และลูกชายคนเล็กที่เพิ่งคลอดได้ประมาณ 3 เดือน ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดวิตกและกระทบต่อครอบครัวอย่างหนัก เนื่องจากสามีเป็นกำลังหลักในการดูแลครอบครัว

หลังเกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวไม่ได้หยุดลงมาดูสามี แต่ขับออกจากจุดเกิดเหตุไป ทำให้ครอบครัวต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย

ภายหลัง น.ส.ธัญพร เข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่เกี่ยวข้อง กระทั่งมีภาพรถกระบะสีขาวต้องสงสัยถูกเผยแพร่ผ่านเพจข่าวท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต โดยพบรายละเอียดของรถและร่องรอยการเฉี่ยวชนบางส่วนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นรถคันที่ก่อเหตุ โดยตำรวจได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและบันทึกข้อมูลไว้แล้ว พร้อมเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อไล่เส้นทางและตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถคันที่เกิดเหตุให้ชัดเจน

ครอบครัวจึงวิงวอนผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่อาจมีข้อมูล รวมถึงประชาชนที่มีกล้องหน้ารถหรือกล้องวงจรปิดบริเวณเส้นทางเกิดเหตุ หากมีภาพเหตุการณ์หรือข้อมูลเกี่ยวกับรถกระบะคันดังกล่าว ขอให้ส่งมอบข้อมูลให้ตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคลี่คลายคดี และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป