"กัน จอมพลัง" พาน้องชายแจ้งความตามหาพี่สาว หายตัวไปตั้งแต่เดือน เม.ษ. 69 พิกัดโทรศัพท์สุดท้ายใกล้จุดเจอศพพี่น้องรัสเซีย หวั่นตกเป็นเหยื่อแก๊ง "ไอ้ป๋อง"

วันที่ 4 ส.ค. 2569 น้องชายของนางสาวบุหลัน สลาจเนส หญิงไทยที่หายตัวปริศนาในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอความช่วยเหลือจากนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง โดยเล่าให้ฟังว่า พี่สาวของตนเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ แต่มาทำงานที่ย่านพัทยา โดยพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งริมถนนชัยพฤกษ์ ซึ่งเวลาตลอดที่ทำงานกัน จะมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องตามประสาพี่น้อง กระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา พี่สาวขาดการติดต่อไป โดยตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบว่า ห่างจากบริเวณวัดเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดที่นายป๋องกับพวกฆ่าอำพรางสองพี่น้องชาวรัสเซีย และ ครอบครัวพ่อแม่ลูก เพียงแค่ประมาณ 10 นาที เท่านั้น และด้วยความที่แก๊งนายป๋องเคยพูดว่ามีศพที่ 6 และ 7 จึงทำให้ตนและครอบครัวกังวลว่า พี่สาวอาจจะเป็นเหยื่อของนายป๋อง เพราะเคยมีคนพบเห็นนายป๋องไปวนเวียนอยู่แถวๆ คอนโดฯ พี่สาว และอีกจุดที่ทำให้ครอบครัวรู้สึกแบบนั้น เพราะน้องชายยอมรับว่า พี่สาวมีปัญหาเรื่องเงิน มักจะชอบมายืมเงินครั้งละ 500 ถึง 1,000 บาท และในอดีตเคยมีปัญหาเสพยาเสพติด รวมถึงรถจักรยานยนต์ของพี่สาวก็ยังหายไปอีกด้วย

สำหรับพี่สาวของตน มีแฟนหนุ่มเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง และจะบินมาหาปีละ 1 ครั้ง ซึ่งทันทีที่ครอบครัวแจ้งแฟนหนุ่มไปก็ได้ตกลงกันว่าจะไปแจ้งความที่จังหวัดอยุธยา เนื่องจากตนเองทำงานอยู่ที่นั่น โดยตำรวจอยุธยาแนะนำให้ไปแจ้งความในจังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นบ้านเกิด และจังหวัดชัยภูมิก็ให้มาแจ้งความในท้องที่ ซึ่งก็คือ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ด้าน กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ตัวเองโพสต์ภาพนางสาวบุหลัน มีคนเข้าถึงกว่า 3 ล้านคน แต่ไม่มีใครรู้จักติดต่อมาเลย แล้วตัวเองก็ได้เบอร์โทรศัพท์ที่คาดว่าเป็นของนางสาวบุหลันแต่พอโทรไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติแล้วนางสาวบุหลันจะเป็นคนที่ติดแฟนหนุ่มเป็นอย่างมาก มีอะไรจะโทรหาแฟนหนุ่มตลอด แต่จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างปริศนา ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลว่าอยู่ไหน แต่ก็ยอมรับว่าสงสัยนายป๋อง เพราะนางสาวบุหลันมีเรื่องของยาเสพติด และเรื่องรถจักรยานยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับ 2 คดีที่นายป๋องกับพวกไปก่อเหตุมาก่อนหน้านี้

สำหรับนายป๋อง ตนเองตั้งคำถามว่า จะต้องจัดให้อยู่ตรงไหน เพราะอยู่ข้างนอกก็เป็นภัยกับคนบริสุทธิ์ พอเข้าไปอยู่ข้างในก็ไปทำร้ายนักโทษคนอื่น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้บังคับใช้กฎหมายประหารชีวิตไปให้จบ เพราะรัฐบาลต้องใช้ค่าใช้จ่ายปีละ 20,000 บาท ในการประคับประคองนักโทษอย่างนายป๋อง แล้วตัวเองก็เชื่อว่า คนอย่างนายป๋อง ถ้าออกมาก็ไม่มีทางกลับตัวกลับใจได้อย่างแน่นอน ขนาดแฟนเก่าที่เลิกรากันไป 17 ปี พอนายป๋องออกมายังถูกตามมาข่มขู่

ส่วนกรณีที่ปรากฏว่า อดีตนายตำรวจยศร้อยตำรวจตรี อักษรย่อ ศ. เป็นหัวหน้าของนายป๋อง ก็ขอให้ตำรวจไขข้อเท็จจริงเพื่อหาความกระจ่าง เพราะทั้งยาเสพติดอาวุธปืนหรือแม้แต่กระทั่งระเบิด ของพวกนี้นายป๋องไม่มีทางที่จะหามาได้ด้วยตนเอง