รูปปั้น "เจ้าแม่บัวทิพย์" ใกล้นิคมอมตะนคร ชลบุรี หายปริศนา เหลือแต่ศาลกับรูปปั้นแก้บน ชาวบ้านวอนนำกลับคืน
วันที่ 27 ก.ค. 2569 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ต่างพากันสงสัย หลังพบว่ารูปปั้น “เจ้าแม่บัวทิพย์” พร้อมรูปปั้นตา-ยาย ที่อยู่ภายในศาลเจ้าแม่บัวทิพย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ศาลายายไข่” บริเวณโค้งก่อนถึงแยกไฟแดงเฟส 10 นิคมอมตะนคร ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงศาลว่างเปล่า สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่เดินทางมาไหว้ขอพรและขอโชคลาภ โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเพจข่าวในจังหวัดชลบุรีได้เผยแพร่ภาพและข่าวการหายไป ทำให้ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและสอบถามถึงสาเหตุจำนวนมาก เนื่องจากศาลแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักเสี่ยงโชคและผู้ที่ศรัทธาในเรื่องการขอพรด้านโชคลาภ โดยตลอดแนวริมถนนยังเต็มไปด้วยรูปปั้นสัตว์นานาชนิดที่ชาวบ้านนำมาแก้บน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโค้งศาลายายไข่ หรือศาลเจ้าแม่บัวทิพย์ พบว่า ภายในศาลเหลือเพียงแท่นที่ว่างเปล่า ส่วนโดยรอบยังคงมีรูปปั้นสัตว์หลากหลายชนิดเรียงรายอยู่ริมถนน ซึ่งเป็นของแก้บนจากผู้ที่เคยมาขอพรแล้วประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้

นางปิ่น (นามสมมุติ) แม่ค้าซึ่งอยู่ใกล้ศาล เปิดเผยว่า ตนเองจะมาไหว้เจ้าแม่ทุกเช้าก่อนเปิดร้านเป็นประจำ เพราะเชื่อว่าทำให้ค้าขายดี มีลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย แต่เมื่อเช้าที่ผ่านมา ขณะกำลังจุดธูปไหว้ พอเงยหน้าขึ้นกลับพบว่าแท่นประดิษฐานว่างเปล่า ไม่มีทั้งรูปปั้นเจ้าแม่และตา-ยาย ทำให้รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ทราบว่ามีผู้หวังดีนำรูปปั้นไปทำความสะอาด หรือถูกผู้ไม่หวังดีลักขโมยไป แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ก็อยากให้นำกลับมาไว้ที่เดิม เพราะเจ้าแม่บัวทิพย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมายาวนาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่ และมีผู้เดินทางมากราบไหว้ขอพรอยู่แทบทุกวัน

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเล่าต่อกันมาว่า ในอดีตเคยมีผู้ย้ายรูปปั้นเจ้าแม่ออกจากศาลมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วเกิดอุบัติเหตุบริเวณโค้งดังกล่าวบ่อยครั้ง จนสุดท้ายต้องเชิญเจ้าแม่กลับมายังจุดเดิม เหตุการณ์ต่างๆ จึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ผู้คนในพื้นที่ต่างเชื่อว่าเจ้าแม่บัวทิพย์มีความศักดิ์สิทธิ์ และคอยปกปักรักษาผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางสายนี้
ชาวบ้านหลายคนยังเชื่อว่า เจ้าแม่บัวทิพย์เป็นผู้ดลบันดาลโชคลาภ มีผู้เดินทางมาขอเลขเด็ดและประสบความสำเร็จอยู่หลายครั้ง จึงนำรูปปั้นสัตว์ต่างๆ มาแก้บนจนกลายเป็นภาพคุ้นตาของผู้ที่ผ่านไปมา จึงหวั่นว่าหากรูปปั้นถูกนำไปทิ้งหรือสูญหาย จะทำให้ชาวบ้านสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่อยู่คู่กับอำเภอพานทองมานานหลายสิบปี พร้อมวอนผู้ที่นำรูปปั้นไป หากไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ขอให้นำกลับมาคืนไว้ยังศาลตามเดิม เพื่อให้ประชาชนได้มากราบไหว้และสักการะดังเช่นที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า รูปปั้นถูกเคลื่อนย้ายไปด้วยสาเหตุใด หรือมีผู้ใดนำออกจากศาล โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือหากเป็นการลักขโมย ก็ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามนำรูปปั้นกลับคืนโดยเร็ว

















