แหล่งข่าว บช.ก. ยันชัด อดีตนายก อบต.ควนกาหลง ถูกจับคดีฉ้อโกง ที่รับเงินผู้สมัครสอบอ้างช่วยเหลือได้ ส่วนจะเชื่อมโยงเครือข่ายทุจริตสอบท้องถิ่นภาคใต้ หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมยืนยันทำงานเต็มที่ ไม่มีตัดตอน หลังส่งข้อมูลเพิ่มให้ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่เห็นภาพรวมทั้งหมดของขบวนการแล้ว
วันที่ 23 ก.ค. 2569 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจภูธรภาค 9 ได้จับกุม นายณัฐภาพงศ์ อายุ 61 ปี อดีตนายก อบต.ควนกาหลง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกง 3 หมายจับ ล่าสุดทีมข่าวสอบถามไปยังแหล่งข่าวระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายขบวนการใหญ่ของ “ด็อกเตอร์วิน” และ “จ่าพิชิต” หรือไม่
โดยแหล่งข่าว ระบุว่า คดีของนายณัฐภาพงศ์ที่ตำรวจภาค 9 ไปจับกุมนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ บช.ก. แต่เป็นคดีฉ้อโกงในพื้นที่ภาคใต้ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากพฤติการณ์ คือ นายณัฐภาพงศ์ ได้ไปหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 16 คน โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ได้ พร้อมทั้งเรียกเก็บเงินและอ้างว่าจะนำไปทำแผนการบรรจุ แต่เมื่อผลการสอบออกมาปรากฏว่าไม่มีชื่อผู้เสียหายได้รับการบรรจุแต่งตั้ง และไม่คืนเงินให้ ผู้เสียหายทั้ง 16 คน จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหา “ฉ้อโกง” จนกระทั่งศาลได้อนุมัติออกหมายจับ แต่นายณัฐภาพงศ์ได้หลบหนีไป ก่อนจะถูกจับกุมเมื่อวานนี้ (22 ก.ค.)
แหล่งข่าว ยังระบุอีกว่า “คดีนี้เป็นคดีฉ้อโกงเก่าที่มันเกิดขึ้นก่อน แล้วมันโดนข้อหาฉ้อโกง คือไปหลอกแล้วไม่คืนเงิน มันก็ไม่มีใครได้บรรจุ ในโครงสร้างขบวนการพวกนี้เป็นเหมือนนายหน้า ที่ไปหาลูกค้ามาอีกที ส่วนจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ”
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในส่วนของกองปราบและการทำงานขณะนี้เป็นเพียงการจับกุมระดับนายหน้า สังคมกังวลว่าจะเป็นการ “ตัดตอน” ไม่ให้สอบสวนไปถึงระดับหัวเรือใหญ่ เช่น ข้าราชการระดับสูงที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ แหล่งข่าว อธิบายในข้อกฎหมายและขั้นตอนการทำงานว่า ขณะนี้คดีหลักอยู่ที่ ป.ป.ช. เป็นคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรงนั้น ตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะไต่สวนคดีพิเศษขึ้นมาเร่งรัดดำเนินการแล้ว และ ป.ป.ช. ได้เอกสารหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว
หลังเราได้รวบรวมเอกสารพยานหลักฐานสำคัญทั้งหมดจากทุกหน่วยงาน ทำให้ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่เห็นภาพรวมทั้งหมดของขบวนการ ทั้งตัวละคร สายสัมพันธ์ และแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่ผู้วางแผน คนแก้ไขข้อสอบ ไปจนถึงกลุ่มนายหน้าหาลูกค้า รวมถึงการลงโทษทางกฎหมาย หาก ป.ป.ช. พิสูจน์ทราบได้ว่ามีการกระทำผิดจริง จะมีการแยกฐานความผิดอย่างชัดเจน ทั้งความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในขบวนการนี้จะต้องรับผิดชอบทั้งหมดตามพยานหลักฐาน














