วิกฤตภัยแล้งอุทัยธานี! นาข้าวนับแสนไร่ใน 5 อำเภอเริ่มยืนต้นตาย ชาวนานับพันฝากความหวังสุดท้ายที่น้ำจากอ่างเก็บน้ำทับเสลา
ที่จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานีเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงจากสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลกระทบให้นาข้าวนับแสนไร่ใน 5 อำเภอเริ่มเหี่ยวเฉาและทยอยรอวันยืนต้นตายแล้ง เกษตรกรนับพันรายต้องเฝ้ารอน้ำจากอ่างเก็บน้ำทับเสลาเพื่อต่อลมหายใจให้ผลผลิตก่อนจะเสียหายทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทัพทัน อำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอหนองขาหย่าง และอำเภอเมืองฯ ส่งผลให้นาข้าวอาศัยน้ำฝนได้รับผลกระทบรอความเสียหายอย่างหนัก ดินเริ่มแตกระแหงและแหล่งน้ำสำรองในสระต่างแห้งขอด
นายทวี แก้วเกษตรกรณ์ ชาวนาวัย 58 ปี ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองหม้อแกง ต.หนองสระ อ.ทัพทัน เปิดเผยว่า ตนเองทำนาหว่านข้าวแห้งไว้ 60 ไร่ ซึ่งขณะนี้ข้าวมีอายุประมาณ 45 วัน แต่ต้องเผชิญกับฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แม้ช่วงต้นฤดูกาลจะมีฝนตกหนักมาเพียงครั้งเดียวให้พอเริ่มทำนาได้ แต่หลังจากนั้นฝนก็ทิ้งช่วงยาวจนต้นข้าวเริ่มมีอาการเหลืองแดงและเหี่ยวเฉา นายทวีระบุว่าสภาวะเช่นนี้ทำให้การดูแลบำรุงรักษาและการหว่านปุ๋ยทำไม่ได้เลยเพราะไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง ตนจึงต้องใช้จอบขุดร่องดินในนาเพื่อช่วยให้ทางน้ำไหลเวียนได้ดีขึ้น พยายามประคองให้ต้นข้าวรอดพ้นจากการยืนต้นตาย ความหวังเดียวของชาวนาในขณะนี้คือน้ำจากอ่างเก็บน้ำทับเสลา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน ในพื้นที่อำเภอลานสัก ที่ได้เริ่มผันน้ำลงมาช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจะระบายจนครบ 56 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ำเพิ่งเดินทางมาถึงฝายกั้นน้ำของหมู่บ้านในตำบลหนองสระเมื่อ 1-2 วันก่อน แต่ปริมาณน้ำยังไม่มากพอสำหรับเกษตรกรชาวนา ชาวนาที่มีพื้นที่นาติดลำคลองธรรมชาติต่างเร่งนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพื่อนำน้ำเข้าสู่นาข้าวที่กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นายทวีกล่าวเสริมว่า น้ำที่ผันมาจากเขื่อนในครั้งนี้จะช่วยประทังนาข้าวให้อยู่รอดพ้นวิกฤติไปได้เพียงประมาณเดือนกว่าๆ เท่านั้น แต่หลังจากนั้นยังคงต้องรอคอยความหวังจากน้ำฝนที่จะตกลงมาใหม่ เนื่องจากว่าจะถึงกำหนดเก็บเกี่ยวต้องใช้เวลาอีกเกือบ 2 เดือน ในขณะที่นาข้าวอีกส่วนของตนยังไม่สามารถเริ่มลงมือทำได้เลยเพราะไม่มีน้ำ สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ปลายน้ำ ชาวนาในอีกหลายตำบลของอำเภอทัพทัน เช่น ต.ทัพทัน ต.หนองกลางดง ต.หนองกระทุ่ม ต.ทุ่งนาไทย และ ต.ตลุกดู่ ซึ่งมีพื้นที่นาอีกนับหมื่นไร่ ต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บางรายถึงขั้นรวมตัวกันเดินทางไปสำรวจว่าน้ำจากเขื่อนเดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว เพื่อเตรียมตัวรับน้ำเข้าสู่นาของตนเองต่อไป

















