กระทรวงเกษตรฯ หนุนปลูกถั่วเหลืองหลังนา สั่งกรมวิชาการเกษตร เร่งขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง! เปลี่ยนนาหลังเก็บเกี่ยว สู่แหล่งผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์มาตรฐานสากล ลดต้นทุน ฟื้นดิน เพิ่มรายได้เกษตรกร
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการใช้พื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมพัฒนาเกษตรกรให้สามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานสากล

กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชของประเทศ ได้ขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ไขปัญหาพื้นที่นาว่างเปล่าหลังการเก็บเกี่ยวเป็นเวลานานหลายเดือน แต่วันนี้ พื้นที่เหล่านั้นกำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้แห่งใหม่ของเกษตรกร ผ่าน "โครงการนำร่องต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองหลังนาตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด"

โดยนำองค์ความรู้งานวิจัยและเทคโนโลยีการผลิตถั่วเหลืองมาถ่ายทอดสู่เกษตรกรในพื้นที่ต้นแบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม การจัดการดิน การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ การใช้ชีวภัณฑ์ป้องกันศัตรูพืช ตลอดจนการบริหารจัดการแปลงให้ผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสทางการตลาด ถั่วเหลืองเป็นพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย เหมาะสำหรับปลูกหลังฤดูทำนา อีกทั้งยังเป็นพืชตระกูลถั่วที่สามารถตรึงไนโตรเจนในดิน ช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนการผลิตของพืชในฤดูกาลถัดไป

ด้านนายสิทธิพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น กองวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรมุ่งนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากงานวิจัย ด้านเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองในระบบเกษตรอินทรีย์ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง เพื่อยกระดับการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทย การดำเนินงานดังกล่าวได้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรด จังหวัดศรีสะเกษ โดยนำเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองที่ได้มาตรฐานมาปรับใช้ในการปรับโครงสร้างการผลิต ส่งเสริมการผลิตตามระบบเกษตรอินทรีย์ และยกระดับการบริหารจัดการแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลจากการนำผลงานวิจัยไปใช้จริง

ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตถั่วเหลืองที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งยังเพิ่มปริมาณผลผลิต สร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรอินทรีย์และมาตรฐานแฟร์เทรด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงด้านการผลิต และมีความมั่นคงทางอาชีพมากยิ่งขึ้น แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของกรมวิชาการเกษตรในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมุ่งยกระดับภาคการเกษตรไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ควบคู่กับการพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ยังตั้งเป้าขยายพื้นที่ต้นแบบไปยังแหล่งผลิตที่มีศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายการผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน เชื่อมโยงการผลิตกับตลาดอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก จากผืนนาหลังฤดูเก็บเกี่ยว สู่แหล่งผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์คุณภาพ จากองค์ความรู้และงานวิจัย สู่การสร้างรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกร

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมวิชาการเกษตรในการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งพัฒนาการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว














