กู้ภัยเผยนาทีบุกช่วยเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ชี้หลายคนติดในห้องน้ำ และไม่รู้มีประตูออกด้านหลัง

วันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายธีรพล รุ่งดวงดี อาสาสมัครบรรเทาสาธารณะภัยแห่งประเทศไทย และ อาสาสมัครดับเพลิงมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เปิดเผย ว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดที่ 2 ที่เข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ โดยตนดูแลรับผิดชอบฝั่งประตูทางออกที่ติดกับห้องน้ำ โดยเมื่อเข้าไปถึงภายในร้านยังมีกลุ่มควันเป็นจำนวนมาก ตนพยายามนำผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่

จุดแรกที่ตนเข้าไปคือบริเวณห้องน้ำซึ่งตนคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ ประชาชนทั่วไปมักจะเข้าห้องน้ำเพราะคิดว่าช่วยได้ แต่ความจริงคือเป็นการเข้าใจผิด ความจริงต้องรีบออกจากสถานที่โดยด่วนเพื่อความปลอดภัย

เมื่อไปถึงห้องน้ำชายพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 5 คน และในห้องน้ำหญิง 8 คน ที่ช่องทางเดิน 3 รายและกระจายตัวอยู่ในห้องน้ำอีก 5 ราย โดยตนเชื่อว่าแต่ละคนไม่ได้เข้ามาเพื่อหลบแต่อยู่ในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวอยู่แล้ว

ต่อมาตนได้เคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บออกไปทางประตูหน้า ตอนนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่ทราบว่ามีประตูที่บริเวณด้านหลังอีกหนึ่งประตู จนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยในทีมบอกว่า มีประตูทางออกตรงนี้ ตนจึงนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากทางประตูนี้เพื่อ CPR ซึ่งในขณะเกิดเหตุพบว่าไม่มีผู้ประสบเหตุใดใช้ประตูบริเวณดังกล่าวในการหนีออกจากพื้นที่เลย เพิ่งจะมีการเปิดใช้ตอนเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึง

ซึ่งตามหลักแล้วตนมองว่าประตูนี้ไม่ใช่ประตูหนีไฟ แต่เป็นประตูเข้าออกของพนักงาน ซึ่งหลังจากดับไฟแล้วตนได้มีการดูอีกครั้งพบว่า ที่ประตูมีการติดป้ายทางออก แต่เมื่อเกิดไฟไหม้ก็อาจจะทำให้ป้ายถูกไฟไหม้ทำให้มองไม่เห็น

ดังน้้นตนอยากให้มองภาพความเป็นจริง และอยากฝากว่าถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้กลุ่มควันมักจะปกคลุมบริเวณไฟทางออก ซึ่งตนอยากให้มีการใช้เป็นป้ายสติกเกอร์เรืองแสง เพราะถ้าเกิดว่าไฟดับแต่ก็ยังคงมองเห็นไฟสะท้อนออกมา

ส่วนประตูทางออกอีกฝั่งหนึ่งเป็นประตูที่ติดอยู่กับครัวเป็นประตูที่ใช้ในการขนของของพนักงาน เมื่อไปถึงตนก็พบว่ามีสิ่งของกีดขวางอยู่ที่บริเวณประตู

นายธีรพล เปิดเผยถึงลักษณะการเกิดเหตุเป็นการระเบิดของควัน ซึ่งสังเกตเห็นว่าไฟที่พุ่งแรงออกมาช่วงแรก และจะสงบลงเนื่องจากว่าเชื้อเพลิงถูกเผาไหม้หมด การลุกไหม้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณด้านบนเพดาน และเมื่อเกิดการเผาไหม้จนหมดจะมีการคายก๊าสพิษออกมา เมื่อสูดดมเข้าไปก็ทำให้หมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกทั้งตนเห็นว่าตัวอาคารจากพื้นถึงเพดานมีความสูงเพียง 2.5 เมตร

ตนทำงานดับเพลิงมา 20 กว่าปีหากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ซานติก้าผับ ตนมองว่าไม่มีความแตกต่างกัน คือการมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ แต่องค์ประกอบอาคารนี้อันตรายกว่าเพราะอาคารของซานติก้าเป็นแบบโปร่งและมีขนาดใหญ่ รวมถึงมีทางออกที่กว้างกว่า แต่อาคารนี้เป็นอาคารทึบไม่มีออกซิเจนเข้ารวมถึงความสูงของพื้นจนถึงฝ้ามีเพียงแค่ 2.5 เมตร ดังนั้นการแผ่ขยายความร้อนจึงขยายได้มากกว่า ซึ่งหากความสูงมากขึ้นกว่านี้อาจจะลดการสูญเสียได้มากขึ้น เพราะเมื่อเกิดกลุ่มควันควันจะลอยตัวได้สูงกว่า

อย่างไรก็ตามตั้งแต่เข้ามาจนลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จตนใช้ระยะเวลา 20 นาทีในการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บออกเพราะบริเวณด้านในมีพื้นที่ค่อนข้างแคบโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเองยังต้องแบ่งชุดเข้าไปเพราะไม่ให้เกิดการแออัดและสามารถลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้อย่างรวดเร็ว