ผู้โดยสารเล่า คนขับรถจอดแวะพักบ่อยผิดปกติ ก่อนรถเสียหลักพุ่งลงร่องน้ำข้างทาง ขาเข้าเมืองบุรีรัมย์ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องลั่นรถด้วยความตกใจ มีผู้สูงอายุศีรษะแตก 1 ราย ขณะที่คนขับสารภาพ "หลับใน"

วันที่ 7 ก.ค. 2569 เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ปริญญา ยิ่งงาม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุมีรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ เสียหลักพุ่งตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในรถ จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.คูเมือง รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ในที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนมีเกาะกลางถนนสายพุทไธสง - บุรีรัมย์ พบรถทัวร์โดยสารประจำทางปรับอากาศ สายเชียงใหม่ - อุบลราชธานี อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งลงไปร่องน้ำข้างทางฝั่งขาเข้า อ.เมืองบุรีรัมย์ ลักษณะตะแคงข้างกระจกด้านหน้าแตก ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของผู้โดยสารที่อยู่บนรถกว่า 30 ชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยกันนำตัวผู้โดยสารทยอยออกจากตัวรถอย่างเร่งด่วน พบผู้โดยสารหญิงอายุประมาณ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกเนื่องจากถูกกระแทก เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลคูเมือง

จากการสอบถามนายสุชาติ อายุ 42 ปี คนขับรถทัวร์ ให้การรับสารภาพด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า รถทัวร์โดยสารคันดังกล่าวเป็นสายเชียงใหม่ - อุบลราชธานี ตนเองเป็นคนขับมือที่ 2 เริ่มขับจาก จ.พิษณุโลก บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันรถจำนวน 32 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรงยาว ประกอบกับสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการขับขี่ ทำให้เกิดอาการ "หลับใน" ไปชั่วขณะ และมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง มารู้ตัวอีกทีรถก็เสียหลักพุ่งลงข้างทางแล้ว ไม่สามารถควบคุมรถได้ทัน

ด้านนายอนันต์ อายุ 32 ปี ชาว จ.สุรินทร์ อาชีพช่างถ่ายภาพ ซึ่งเป็น 1 ในผู้โดยสาร เล่าว่า ตนเองขึ้นรถทัวร์คันดังกล่าวจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.พิษณุโลก ระหว่างทางสังเกตเห็นคนขับจอดแวะข้างทางตลอด ซึ่งปกติตนเองเห็นแต่จอดตามสถานีขนส่ง ส่วนตัวคิดว่าเครื่องยนต์อ้างจะมีปัญหาหรือคนขับจอดแวะปัสสาวะข้างทาง จึงจอดข้างทางบ่อย โดยช่วงเกิดเหตุรถวิ่งมาด้วยความเร็วและฝนตก ก่อนจะเสียหลักพุ่งตกลงข้างทางท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารภายในรถซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ ถือว่าโชคดีที่รถไม่ชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่ข้างทาง นายอนันต์ ยังกล่าวต่อไปว่า "อยากให้บริษัทรถทัวร์โดยสาร มองเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง"

เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถทัวร์ไปสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดที่ สภ.คูเมือง พร้อมทั้งตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้โดยสารที่เหลือ ทางบริษัทรถทัวร์ได้จัดหารถคันใหม่มารับช่วงต่อเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว