"กัน จอมพลัง" พา "มิรา" ร้องตำรวจไซเบอร์ ล่าคนข่มขู่ ปล่อย-ซื้อขายคลิปส่วนตัว เตือนอย่าแชร์ เสี่ยงคุก 5 ปี
วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้พานางสาวมิรา ผู้เสียหาย อายุ 36 ปี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ ซื้อขาย และข่มขู่จะปล่อยคลิปส่วนตัวของผู้เสียหาย

นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า ภายหลังนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” อายุ 40 ปี ผู้ต้องหา ถูกดำเนินคดีและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ กลับพบว่ามีบุคคลบางกลุ่มนำเรื่องราวของผู้เสียหายไปพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงมีการเผยแพร่ภาพนิ่งและคลิปส่วนตัวของผู้เสียหายออกไปในหลายช่องทาง ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก
“น้องเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับต้องมาเผชิญกับการละเมิดซ้ำอีกครั้งจากการถูกนำภาพและคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่ บางคนถึงขั้นนำไปซื้อขายหรือข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายกัณฐัศว์ กล่าว
ดังนั้น จึงได้ประสานมายังตำรวจไซเบอร์เพื่อขอให้ช่วยดูแลและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเห็นว่าผู้เสียหายไม่ควรต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำจากการกระทำลักษณะดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมายมีทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยตำรวจไซเบอร์จะรับเรื่องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบนระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนความผิดอาญาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดเหตุจะประสานไปยังสถานีตำรวจท้องที่รับผิดชอบต่อไป

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ อธิบายว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ครอบคลุมกรณีผู้ที่นำข้อมูลหรือคลิปลักษณะดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนมาตรา 14 (5) ครอบคลุมผู้ที่แชร์หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ซึ่งทั้งผู้โพสต์และผู้แชร์ต่างมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
“หลายคนเข้าใจผิดว่าคนแชร์ไม่มีความผิด แต่จริง ๆ แล้วผู้ที่นำข้อมูลลามกอนาจารหรือข้อมูลที่กระทบต่อผู้เสียหายไปเผยแพร่ต่อ ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท” พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ยังฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากพบเห็นคลิปหรือข้อมูลในลักษณะดังกล่าว ควรใช้วิธีรายงาน (Report) ต่อแพลตฟอร์ม ไม่ควรส่งต่อหรือแชร์ให้ผู้อื่นดู เพราะนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายแล้ว ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการซื้อขายคลิปดังกล่าว พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า การซื้อขายหรือส่งต่อคลิปส่วนตัวถือเป็นพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดหลายฐาน ซึ่งตำรวจไซเบอร์กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเผยแพร่ รวมถึงกลุ่มแชตและช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่มีการนำคลิปไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกัน
ขณะที่ นายกัณฐัศว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนหนึ่งส่งข้อมูลและภาพหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายหรือเผยแพร่คลิปมาให้ตนแล้ว และขอความร่วมมือจากผู้ที่พบเห็นการกระทำดังกล่าวช่วยบันทึกภาพหน้าจอหรือเก็บหลักฐานส่งมาเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
“หากใครพบเห็นการซื้อขายคลิป การปล่อยภาพ หรือการส่งต่อข้อมูลในลักษณะนี้ ขอให้ช่วยเก็บหลักฐานและส่งมาให้ เพราะเราต้องช่วยกันปกป้องผู้เสียหาย และนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย” นายกัณฐัศว์ กล่าว

ด้านนางสาวมิรา กล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่อง เสือ ดุสิตได้ทักมาหาในวันแรกแต่ตนได้บล็อกไป ขณะเดียวกันเพื่อนของ เสือ ดุสิต ทักมากดดันและด่าทอ นอกจากนี้ ยืนยันว่า เสือ ดุสิต มีภาพส่วนตัวของตน และยังได้พูดว่าตนชอบถ่ายคลิป และเพื่อนของเสือ ดุสิต ได้โพสต์ว่าปล่อยคลิปตนจึงรู้สึกไม่สบายใจ
นางสาวมิรา กล่าวด้วยว่า ที่คนเข้าใจผิดเรื่องที่ไปแจ้งความว่าข่มขืน ตอนที่คบหากับเสือ ดุสิต มาแปดเดือนทำไมถึงไม่แจ้ง เป็นเพราะหลังจากที่เสือ ดุสิต ทำร้ายร่างกายในวันเกิดเหตุ เสือ ดุสิต ได้กระทำชำเราโดยที่ตนไม่ได้ยินยอม จึงได้ตัดสินใจแจ้งความในข้อหาข่มขืนด้วย ขอยืนยันว่าสิ่งที่เสือดุสิตพูดก่อนเข้าเรือนจำมีเรื่องที่จริงและไม่จริงจึงอยากให้สังคมพิจารณา














