ตร.อุดรฯ เร่งล่า "แจ็ค รปภ.หึงโหด" บุกแทงกิ๊กสาว ก่อนชิง จยย. หนีไปล้ม แล้วดักปล้นรถชาวบ้านหนีลอยนวล

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้มีดแทงหญิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ก่อนจะชิงเอารถจักรยานยนต์หลบหนี เหตุเกิดภายบนถนนบ้านช้าง ชุมชนบ้านช้าง เทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.ท.ณ ฌาพัชร กองสุผล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.วิทยา ศิริเทพ ปฏิบัติหน้าที่ ปรก.สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังสายตรวจ 191 รุดไปตรวจสอบ เบื้องต้นอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ได้นำตัวหญิงผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี

เบื้องต้นอาสากู้ภัยฯ ได้ให้การช่วยเหลือ น.ส.พรพรรณ อายุ 31 ปี ถูกของมีคมบาดเข้าที่แขนทั้งสองข้าง เลือดไหลนองพื้น ขณะนั่งหลบอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวกลางชุมชน ส่วนที่บริเวณข้างร้านก๋วยเตี๋ยว พบรอยเลือดหยดมาจากหลังร้าน ตามเส้นทางที่หลบหนีออกมาจากหลังห้องแถวเช่าชั้นเดียวติดกับร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งรอยเลือดหยดตามทางมาจากด้านในห้องเช่า ภายในห้องเช่าติดกับประตูม้วน พบร่องรอยการต่อสู้ เป็นจุดที่ทำร้ายร่างกายกันครั้งแรก

จากการสอบสวน น.ส.ศิรินภา อายุ 48 ปี ให้การว่า ตนเป็นลูกจ้างร้านส้มตำ โดย น.ส.นก ผู้บาดเจ็บ เป็นคนบ้านเชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี เคยทำงานด้วยกัน รู้จักกัน หลังเลิกงานก็นัดกันมาดื่มสังสรรค์กัน นั่งกินกับเพื่อนตนอีกคน รวมเป็น 3 คน โดยกินส้มตำเป็นกับแกล้ม ยังไม่ทันได้ลงมือกินส้มตำ เปิดเบียร์ดื่มยังไม่หมดขวด ก็มีชายที่เป็นคนสนิทของ น.ส.นก แต่ตนไม่รู้จักชื่อ เข้ามาจากทางหลังร้าน พยายามจะตามให้ น.ส.นก กลับบ้าน แล้วเขาก็มีปากเสียงกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ชักมีด แทงเข้าไปบริเวณท้อง น.ส.นก 2 ครั้ง น.ส.นก ก็ยกแขนขึ้นมาป้องกัน จนถึงคมมีดบาดที่แขน

เมื่อเห็นแบบนั้น ตนก็รีบเข้าแย่งมีดออกมา กลัวว่า น.ส.นก จะถูกแทงซ้ำอีก จังหวะนั้น น.ส.นก ก็วิ่งหนีออกไปทางหลังร้าน ไปหลบที่ร้านก๋วยเตี๋ยว พวกตนก็วิ่งตามออกไป ส่วนชายคนดังกล่าว เมื่อเห็นว่าจวนตัว ได้หยิบมือถือของตนที่วางไว้บนโต๊ะไปด้วย เขาคงคิดว่าเป็นมือถือของ น.ส.นก แล้วหยิบกุญแจ จยย.ของ น.ส.นก แล้วขี่หลบหนีไป เท่าที่สอบถาม น.ส.นก มีแฟนอยู่แล้ว แฟนเขาไปทำงานต่างประเทศ ส่วนชายคนนี้เป็นคนสนิท เพิ่งคบได้ประมาณ 1 เดือน ชายคนนี้ขี้หึง ทะเลาะกันบ่อย เขาคงกลัวว่าจะกลับไปคบกับสามีเก่าก็ได้ ตกใจมาก แต่ก็ต้องช่วยแย่งมีดเพื่อช่วยชีวิตน้อง

น.ส.สุพัตรา อายุ 36 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เล่าว่า ตอนแรกได้ยินเสียงผู้หญิงกรี๊ด นึกว่าเขาเล่นกันอยู่ในห้องเช่า แล้วผู้บาดเจ็บก็วิ่งเข้ามาหลบในร้าน มีคนวิ่งตามมา 3 – 4 คน ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลที่แขนสองข้าง แล้ววิ่งมานั่งตัวสั่นหลบอยู่ข้างใน เขาก็ไม่ได้พูดอะไร คงจะอยู่ในอาการตกใจอยู่ นั่งกำมืออยู่ตลอด ที่พื้นก็มีเลือดไหลนองเต็มไปหมด ส่วนตนก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักก็เห็นชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บออกไปหน้าปากทาง ตกใจมาก ทำอะไรแทบไม่ถูก ก่อนจะพากันโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วย

และจากการตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่า ผู้แจ้งตำรวจตอนแรกคือนายประสิทธิ์ อายุ 59 ปีโดยให้การว่า ตนพักอยู่แถวนี้กับครอบครัวภรรยา ตนขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ทะเบียน 393 อุดรธานี จำหมวดอักษรไม่ได้ เป็นรถของพี่สาว ขี่ออกมาเพื่อซื้อปูนขาวให้ภรรยาทำแกงเห็ด จอดซื้ออยู่ร้านชำ โดยไม่ได้ถอดกุญแจรถ ซื้อเสร็จออกมาก็ไม่เห็นรถ ชาวบ้านก็บอกว่ามีคนลักรถไป แล้วตนก็รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน เพื่อตามคนร้าย แต่ก็ตามไม่ทัน ตกใจและงงมาก ซื้อของแปบเดียว ออกมารถก็หายไปแล้ว

ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากพยานแวดล้อม ชายผู้ก่อเหตุชื่อ นายศราวุธ หรือ แจ็ค อายุ 29 ปี เป็นชาว ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีอาชีพเป็น รปภ. มีความหึงหวง น.ส.นก แล้วใช้มีดที่พกติดตัวตอนทำงานทำร้ายร่างกาย น.ส.นก ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ของ น.ส.นก หลบหนีไป ส่วนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า MSX ของตัวเองที่ขับมา ได้จอดอยู่ในโรงรถของร้านก๋วยเตี๋ยว โดยด้านหลังของห้องเช่าเป็นพื้นที่จอดรถบริเวณเดียวกันทั้งหมด เข้าออกทางด้านหลังได้

เมื่อนายแจ็คขี่รถของ น.ส.นก ออกไปได้ขับผ่านหน้าห้องเช่า ย้อนกลับออกไปทางหน้าสนามบินอุดรธานี แต่ได้เสียหลักชนกับถังขยะจนล้มอยู่หน้าร้านชำ ห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร จนรถสตาร์ทไม่ติด ก่อนชิงเอารถของนายประสิทธิ์ฯ หลบหนีไป ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในช่วงนั้นเอาไว้ได้ เบื้องต้นได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่งต่อให้กับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี คาดว่าจะได้ตัวนายแจ็คได้ในเร็วๆนี้ เนื่องจากตามเส้นทางที่หลบหนีอยู่ในเขตชุมชน มีกล้องวงจรปิดเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้จะได้ไปสอบปากคำ น.ส.นก อย่างละเอียดอีกครั้ง และแนะนำให้ผู้เสียหายรายอื่นไปแจ้งความกับร้อยเวรเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป