"ตำรวจ" นำชุดสืบขึ้นรถไฟจำลอง สังเกตการณ์ชนรถเมล์ 206 เช็กระยะเบรก-อาณัติสัญญาณ

วันที่ 20 พ.ค.69 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 นำทีมชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล1 และชุดสืบสวน สน.มักกะสัน เริ่มต้นจำลองเหตุการณ์ กรณีเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่บริเวณถนนอโศก - ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน

โดยเริ่มต้นขึ้นรถไฟที่สถานีหัวหมาก ซึ่งมีตำรวจมากกว่า10นาย โดยมีทั้งขึ้นไปสังเกตุการณ์ ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลและบันทึกภาพบริเวณหัวรถจักร ที่มีคนขับรถไฟและช่างเครื่องที่แต่งกายด้วยชุดพนักงานประจำอยู่



รวมถึงมีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณโบกี้รถไฟ เพื่อบันทึกภาพระหว่างทางเพิ่มเติมด้วย ซึ่งขบวนนี้ จะมีโบกี้โดยสารจำนวน1โบกี้ที่นำมาใช้ในขบวนจำลองเหตุการณ์ โดยในขบวนนี้ไม่ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปในขบวนด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี เพราะเป็นรายละเอียดที่จะต้องเก็บข้อมูลสำคัญไปประกอบสำนวนคดี

จากนั้นขบวนเคลื่อนออกจากสถานีรถไฟหัวหมาก ในเวลา 13.55น. และมาจนถึงสถานีรถไฟอโศก ที่เกิดเหตุในเวลา 14.14น. รวมระยะเวลาเดินทาง 19 นาที

ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟใกล้จะถึงซุ้ม หรือป้อมที่ควบคุมไม้กั้นสัญญานของรถไฟสถานีอโศก นักข่าวสังเกตเห็นว่า

ทางพนักงานที่ควบคุมไม้กั้น ได้ประสานงานผ่านวิทยุสื่อสาร และกดปุ่มในตู้ควบคุม เพื่อส่งสัญญานเสียงเตือน และสัญญานไฟ ให้รถไฟมองเห็น รวมถึงกดปุ่มเพื่อให้ไม้กั้นลงมา

โดยพนักงานให้ข้อมูลว่า ระหว่างกดก็จะต้องสังเกตด้วยบริเวณจุดข้ามทางรถไฟจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ และให้เห็นว่าปลอดภัยในการให้รถผ่านจึงจะกดปุ่มให้ไม้กั้นลงมาได้

จากนั้นเมื่อไม่กั้นลงมาสนิทแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ยืนเพื่อให้สัญญานธงเขียวให้รถไฟผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

โดยในจังหวะที่ขบวนรถไฟที่ใช้จำลองเหตุการณ์ กำลังจะถึงจุดที่เกิดเหตุ ได้มีการชะลอความเร็วของรถไฟและส่งสัญญานเสียงแตรจากรถไฟดังอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ศักยะ ให้ข้อมูลก่อนเริ่มจำลองเหตุการณ์ ว่า วันนี้จะแบ่งชุดสืบสวนเป็น2ส่วนในการจำลองเหตุการณ์ คือ ส่วนแรก ขึ้นไป สังเกตการณ์บนรถไฟ โดยจะต้องมีการสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของคนขับรถไฟ และระยะการมองเห็นอาณัติสัญญานทั้งสัญญานไฟ และสัญญานธง ว่าจะมองเห็นในระยะเท่าไร รวมถึง ระยะของการเบรกรถ และข้อปฏิบัติในการเบรกรถไฟ อีกทั้งยังดูเรื่องของความเร็วรถไฟว่าจะใช้ความเร็วเท่าไรในการวิ่ง ทั้งนี้แม้รถไฟที่ใช้จำลองเหตุการณ์จะเป็นขบวนรถไฟโดยสาร ไม่ใช่ขบวนสินค้า แต่การรถไฟฯ ยืนยันว่า ขบวนสินค้า และขบวนโดยสาร ใช้หลักการปฏิบัติงานเหมือนกัน

และอีกส่วนที่จะต้องไปเก็บข้อมูล คือ บริเวณตู้หรือซุ้มในแต่ละจุดที่รถไฟจะผ่าน ทั้งนี้ในระยะทางจากสถานีหัวหมาก มายังสถานีอโศก จุดเกิดเหตุ จะมีระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร จะต้องผ่านซุ้มหรือจุดที่มีพนักงานควบคุมไม้กั้นรถไฟทั้งหมด 5 จุด คือ ซุ้มเพชรพระราม , ซุ้มศูนย์วิจัย(ซ.47) , ซุ้มนารายณ์ฯ(ทางเข้าrca) , ซุ้มพระราม 9 (เพชรอุทัย) และสถานีอโศกดินแดง บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งทุกตู้จะสังเกตเรื่องของการส่งสัญญาน และการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานควบคุมไม่กั้นว่ามีหลักการปฏิบัติอย่างไร มีการสื่อสาร ส่งสัญญาณหรือไม่ ถ้ามีการส่งสัญญาน จะส่งสัญญานในระยะเท่าไรก่อนรถไฟจะมาถึง และจะเอาไม้กั้นลงในระยะเท่าไร รวมถึงแสงไฟสัญญานจะปรากฏในแบบไหนอย่างไร เพราะถ้าเส้นทางปกติปลอดภัยพนักงานควบคุมไม่กั้นก็จะตีธงเขียวให้สัญญานรถไฟผ่านไปได้

ทั้งนี้เมื่อเก็บรายละเอียดแล้วก็จะมาเปรียบเทียบการปฏิบัติกับพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และคำให้การในสำนวนคดีว่าสอดคล้องกันหรือไม่อย่างไร

"ตำรวจ" นำชุดสืบขึ้นรถไฟจำลอง สังเกตการณ์ชนรถเมล์ 206 เช็กระยะเบรก-อาณัติสัญญาณ