"โทน บางแค" เปิดใจหลังคุย "มาดามเก่ง" ยันไม่คิดเบี้ยวหนี้ วอนสังคมหยุดตัดสิน ขอเดินหน้าหาเงินใช้หนี้ ส่วนกรณี "บิ๊กเต่า" ยืนยันว่า ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องความเป็นธรรม ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เปิดใจเป็นครั้งแรก หลังได้พูดคุยกับ “มาดามเก่ง” ผ่านรายการโหนกระแส โดยระบุว่า การพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังเกิดประเด็นดรามา พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากตนได้ยื่นเอกสารและดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง และอยากอธิบายข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบยัน
โทน บางแค กล่าวว่า บรรยากาศการพูดคุยกับมาดามเก่งเป็นไปในทิศทางที่ดี ต่างฝ่ายต่างได้อธิบายข้อเท็จจริงของตนเอง พร้อมยอมรับว่า ได้กล่าวขอโทษอีกฝ่าย โดยมองว่าหากเหตุการณ์บนชั้น 27 ในวันนั้นไม่เกิดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดก็คงไม่บานปลาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายยังพูดคุยกันตามปกติ และเพิ่งเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกันเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ในประเด็นหนี้สิน โทน บางแค ยอมรับว่า มีหนี้กับมาดามเก่งจริง แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาเบี้ยวหนี้ พร้อมปฏิเสธกระแสสังคมที่มองว่าตนเป็นคนโกง โดยเปรียบเทียบว่าหนี้ดังกล่าวก็เหมือนการกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่อนชำระตามข้อตกลงมาโดยตลอด ไม่เคยผิดนัด พร้อมย้ำว่ามาดามเก่งเองก็รับรู้ว่าตนมีความตั้งใจจะชำระหนี้เสมอ
นอกจากนี้ โทน บางแค ยังเปิดเผยว่า เตรียมนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปขาย เพื่อนำเงินมาชำระหนี้บางส่วนให้เจ้าหนี้เกิดความสบายใจมากขึ้น
ส่วนกรณีที่ได้ดำเนินคดีกับ “บิ๊กเต่า” นั้น เจ้าตัวยืนยันว่า ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง โดยขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่ขอลงรายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน โทน บางแค ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการทำมาหากิน พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ลดการใช้พาดหัวรุนแรง เพราะการถูกตีตราว่าเป็น “คนโกง” ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจและครอบครัว
พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงสังคมให้มองอีกมุมหนึ่งว่า ที่ผ่านมาตนเคยทำงานช่วยเหลือสังคมผ่านมูลนิธิในหลายเหตุการณ์ ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ และแผ่นดินไหว รวมถึงทำงานในวงการพระเครื่องมาอย่างต่อเนื่อง
ช่วงท้าย โทน บางแค ขอพื้นที่ในการก้าวข้ามดรามา เพื่อกลับไปทำงานหาเงินดูแลครอบครัว ธุรกิจ และนำเงินมาชำระหนี้ทั้งหมด พร้อมฝากถึงแฟนคลับและประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว อย่าเพิ่งตัดสินจากกระแสสังคม และขอโอกาสให้ตนได้มีพื้นที่ยืนในการประกอบอาชีพต่อไป

















