ครอบครัว ผู้เสียชีวิตรับไม่ได้ ลั่นผัวโหด ใจหมา ยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ย้ำฝ่ายชายยังไม่ได้เลิกกับเมียหลวง เผย ฝ่ายหญิงขอตีตัวออกห่าง เพราะมีรักใหม่ ผู้ก่อเหตุไม่ยอม บุกตบกลางร้านอาหาร ข่มขู่บังคับกลับห้องก่อนลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต

วันที่ 14 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 13.00 น. พ่อ-แม่ และน้าสาวของ น.ส.จอย ได้เดินทางมายัง สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน รวมถึงติดตามความคืบหน้าของคดี โดยทันทีที่เดินทางมาถึงและเห็นรถยนต์ที่ยังมีร่างของ น.ส.จอย อยู่ภายใน ต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เวลาที่อยู่ต่อหน้าครอบครัว นายวินัยไม่เคยแสดงพฤติกรรมใช้ความรุนแรง และไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตลอดระยะเวลาที่ลูกสาวคบหากับนายวินัย จะถูกทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากนายวินัยมักคอยช่วยเหลือพ่อแม่ ด้วยการรับส่งไปขายของที่ตลาดเป็นประจำทุกวัน

ด้าน นางสาวกาญจนา น้าสาวของ น.ส.จอย ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนสนิทกับทั้ง น.ส.จอย และนายวินัย พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่า นายวินัยยังไม่ได้เลิกรากับ น.ส.นก ภรรยาหลวง เนื่องจากฝ่ายภรรยาหลวงยังโทรศัพท์มาหาต่อว่า น.ส.จอย เป็นประจำ เพื่อขอให้เลิกยุ่งกับนายวินัยซึ่งเป็นสามี

น้าสาวของผู้เสียชีวิต ระบุอีกว่า ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา น.ส.จอย พยายามตีตัวออกห่างและขอเลิกกับนายวินัย แต่นายวินัยไม่ยอมเลิก กระทั่ง น.ส.จอย ยอมรับว่ากำลังคบหากับชายคนอื่น ทำให้นายวินัยเกิดความโกรธและหึงหวง จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันมาแล้ว 3-4 ครั้ง เมื่อเดือนที่แล้ว

เหตุการณ์ที่ตนรับไม่ได้ที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 12 พ.ค. 69 ขณะตนและ น.ส.จอย นั่งดื่มสังสรรค์กันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง นายวินัยได้เดินทางตามมาด้วยอาการโกรธ ตนจึงพยายามบอกให้นายวินัยกลับไปสงบสติอารมณ์ก่อน ก่อนที่นายวินัยจะกลับไปอยู่ภายในรถ แต่ระหว่างที่ตนไปเข้าห้องน้ำ นายวินัยได้กลับเข้ามาภายในร้านและตบใบหน้า น.ส.จอย ถึง 2 ครั้ง เมื่อออกมาดูพบว่าใบหน้าของ น.ส.จอย มีรอยแดงและดวงตาฟกช้ำ พอเห็นใบหน้าของ น.ส.จอย รู้สึกโมโหอย่างมาก ถึงขั้นอยากโต้ตอบเพื่อปกป้องหลานสาว แต่นายวินัยเดินทางออกจากร้านไปก่อน

ต่อมาหลังจากนั้นไม่นาน นายวินัยได้โทรศัพท์มาหา น.ส.จอย พร้อมบังคับให้ไปหาที่แมนชั่น หากไม่ไปจะมาถล่มร้าน ทำให้ น.ส.จอย เดินทางออกจากร้านช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. หลังจากนั้น ตนพยายามติดต่อทั้งนายวินัยและ น.ส.จอย แต่ไม่สามารถติดต่อได้

นอกจากนี้ ตนยังได้ส่งข้อความไปตำหนินายวินัย ก่อนที่นายวินัยจะตอบกลับมาว่า เสียใจที่เห็น น.ส.จอย ไปโรงแรมกับชายอื่น และอ้างว่า น.ส.จอย เป็นสาเหตุที่ทำให้ตนขาดสติ และได้ก่อเหตุตบหน้า น.ส.จอย กลางร้านอาหาร

หลังจากนั้น ตนพยายามสอบถามนายวินัยว่า น.ส.จอย อยู่ที่ไหน เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจวิดีโอคอลไปหา ซึ่งนายวินัยรับสายและอ้างว่า น.ส.จอย ไม่สบายและกำลังนอนหลับอยู่ สอดคล้องกับช่วงเวลาที่นายวินัยไม่ได้ไปรับส่งแม่ของตนไปขายของที่ตลาดเหมือนทุกวัน โดยที่ขณะนั้น ตนไม่รู้เลยว่า น.ส.จอย ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว

กระทั่งมาทราบข่าวในเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ โดยน้าสาวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า น.ส.จอย รู้จักกับนายวินัยมาประมาณ 1 ปี หลังพบกันที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านคลองถนน หลังจากนายวินัยพ้นโทษออกจากเรือนจำ ส่วนคดีนั้นตนไม่ทราบ ก่อนจะมาประกอบอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสาร

ทั้งนี้ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ยังฝากถึงนายวินัยว่า “มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ใจหมามาก เลวที่สุด รับไม่ได้ เคยตักเตือนแล้วจากเหตุการณ์ที่เคยทำร้ายหลานสาวหลายครั้ง”

ส่วนกรณีที่นายวินัยอ้างว่าเป็นการบันดาลโทสะ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ตนไม่ทราบว่านายวินัยทำร้ายหลานสาวยังไงจนถึงขั้นเสียชีวิตแต่อยากให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด