รวบแล้ว! เขมรโหดขวานจามหัวเพื่อนร่วมงานคนไทยดับ ก่อนชิงรถเถ้าแก่หลบหนี เผยชนวนเหตุสังหาร

ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เข้าจับกุม "นายหนู" ชาวกัมพูชาได้แล้ว ขณะไปทำงานที่โรงไม้ ขณะจับกุม เจ้าตัวไม่ได้ขัดขืน หรือตกใจ และ ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเบื้องต้น พร้อมยึดของกลาง เป็นมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงิน ที่ออกอุบายของยืมมาจากคนงานสวนยาง เพื่อใช้หลบหนี

ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจนำตัวนายหนู มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สำนักทอง สื่อหลายสำนักพยายามถาม สาเหตุที่ต้องฆ่าเพื่อนร่วมงานคนไทย แต่นายหนูไม่ยอมเปิดปากใด ๆ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำ จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า นายหนูมีบัตรสีชมพู เข้ามาทำงานรับจ้างกรีดยาง ก่อนจะย้ายไปทำงานกับนายอนุชิต เชิงชัญ (เจ้าของกระบะที่ถูกชิงไป) แต่บางข้อมูล บอกว่านายหนูเข้าไทยโดยผิดกฎหมาย ส่วนที่ไปทำงานที่โรงไม้ ก็เพิ่งจะไปทำวันนี้วันแรก

ผู้สื่อข่าว จ.ระยอง ได้ข้อมูลว่า ตอนที่นายหนูไปสมัครงานกับเมียของนายอนุชิต (นายจ้างที่โดนชิงกระบะ) ได้โกหกว่าเป็นคนเมียนมา เพราะเมียนายจ้างไม่รับคนกัมพูชา และ นายหนูกลัวจะถูกส่งกลับประเทศ ส่วนที่ฆ่านายเบิร์ด เพื่อนร่วมงานคนไทย เพราะเมา นั่งกินดื่มด้วยกัน แต่เกิดมีปากเสียงเรื่องการทำงาน ระหว่างนั้นเกิดหิว เลยลุกไปต้มบะหมี่ กลับถูกนายเบิร์ด เขวี้ยงรองเท้าผ้าใบใส่ชามบะหมี่ ทำให้นายหนูฟิวส์ขาด จังหวะที่นายเบิร์ดกำลังจะนั่งเตียงผ้าใบ นายหนูจึงคว้าขวานจามหัว

จากนั้น ขโมยกระบะของนายจ้างขับหนี แต่ไม่ชินเส้นทาง จึงขับรถวนเวียนไปมา จนน้ำมันหมด เลยไปจอดทิ้งไว้ที่สวนยาง และ นอนค้าง 1 คืน วันรุ่งขึ้นจึงออกอุบาย ยืมมอเตอร์ไซค์ของคนงาน อ้างว่าจะไปซื้อน้ำมัน แต่แท้จริงคือ ขับหนีไปซ่อนตัวในสวนยาง รอให้ผ่านไปอีก 1 คัน กระทั่งเช้าเมื่อวาน (12 พ.ค.69) ไปสมัครงานที่โรงไม้ และ ถูกตำรวจรวบตัว

ผู้สื่อข่าววิดีโอคอลไปคุยกับ แม่ของผู้ตาย แม่บอกว่า ตอนแรกนายจ้างโทรมาบอกแค่ ลูกอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลระยอง แต่แม่ไปเห็นจากเพจต่าง ๆ บอกว่า ลูกตายแล้ว จนสร้างความสับสน สุดท้ายต้องโทรไปหากู้ภัยทีมที่ไปเก็บศพ ก็ยืนยันว่า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้ครอบครัว ทางนายจ้างบอกว่า จะเดินเรื่องเอกสารติดต่อรับศพ แต่สุดท้ายแม่ต้องทำเอง แถมเอกสาร และมือถือของลูกก็หายไป จึงไม่สามารถรับศพได้ แม่ติดใจว่า ทำไมนายจ้างถึงไม่บอกความจริง

แม่บอกว่า นายจ้างได้ฝากเงินไว้กับญาติ เพื่อนำมามอบให้แม่ รวมแล้ว 32,000 บาท ล่าสุด สามารถรับศพลูกออกมาได้แล้ว เมื่อวาน (12 พ.ค.69) ตอนบ่ายโมงครึ่ง ครอบครัวจึงอยากขอความเป็นธรรม ความชัดเจน และคำอธิบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างถูกต้องหรือไม่