"อนุทิน" ขู่ฟันไม่เลี้ยง หากนักการเมืองเอี่ยว "หมิงเฉิน ซัน" คลังแสงชลบุรี ลั่น "มีใครหนีผมพ้นไหม" สยบข่าวทหารรับจ้าง ยันแค่คนธรรมดา ขอประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจความปลอดภัย
จากกรณีที่จับกุม นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนพบวัตถุระเบิด และอาวุธปืนสงคราม รวมทั้งระเบิดสังหารชนิดกับดักเป็นจำนวนมาก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยความคืบหน้าว่า เรื่องคดีของนายหมิงเฉิน ซัน อยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีส่วนร่วมกับการกระทำความผิดหรือไม่ เพราะเจ้าตัวมาอยู่ที่ประเทศไทยหลายปี
เมื่อถามว่าได้รับการประสานงานจากประเทศกัมพูชา นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างประเทศ เราเน้นสืบสวนตามรูปคดี โดยสอบสวนจากผู้ต้องหา และพยานแวดล้อมต่างๆ ตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานว่าได้มีการขยายผลไปได้เป็นอย่างมาก หากพบว่ามีการพาดพิงไปถึงใคร จะมีการดำเนินคดีทั้งหมด
ตอนนี้อยากให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวไว้วางใจและใช้ชีวิตแบบปกติ รัฐบาลไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอย่างปกติ เพราะในตอนนี้ ผู้กระทำความผิด ไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย หรือผู้ที่ไปทำร้ายบุคคลทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการควบคุมตัวไว้แล้ว จะมีการขยายผลถึงภรรยา และเครือข่ายต่อไป
เมื่อสอบถามว่าเป็นลักษณะของทหารรับจ้างหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า บุคคลดังกล่าวมีลักษณะเป็นบุคคลธรรมดา ส่วนจะมีกลุ่มนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น นายอนุทิน เผยว่า หวังว่าคงไม่มีใครไปร่วมให้การสนับสนุน ให้เขากระทำความผิด เมื่อถามต่อว่าถ้าหากพบว่ามีนักการเมืองมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จะมีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีฯ ระบุว่า ”มีใครเคยวิ่งหนีผมได้ไหมล่ะ“
เมื่อถามว่าผู้ต้องหามีวัตถุประสงค์จะก่อเหตุในไทยหรือต่างประเทศ นายอนุทิน ระบุว่า มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เขาก็มีเป้าหมายของเขา ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายหรือเป็นผู้ที่ทำร้ายคนทั่วไปแต่อย่างไรก็ตามเราสามารถควบคุมควบคุมผู้ต้องหาได้แล้ว
เมื่อถามว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของเราบกพร่องหรือไม่ ที่ทำให้ผู้ต้องหามีวัตถุระเบิด และอาวุธไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมาก นายอนุทิน เผยว่า ไม่ใช่การบกพร่องของเรื่องมาตรการ เพราะมันเป็นเรื่องของการกระทำที่ผิดกฎหมาย บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาวุธเหล่านั้นมาจากตรงไหน ก็ให้ไปดำเนินคดีหาคนรับผิดชอบที่ตรงนั้น ซึ่งตั้งแต่ต้นเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนไม่ต่อใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ยังคงนโยบายนี้ไว้อยู่ ในวันนี้ใบพกพาอาวุธปืนไม่มีแล้ว สำหรับผู้ที่ยังคงมีใบพกพาอาวุธปืน ภายในเดือนกันยายนนี้จะหมดอายุทุกคน ต่อจากนี้ไปใครที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แล้วพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย
ในเรื่องของ ELITE CARD จะดำเนินการอย่างไร เพราะบุคคลที่เขามาแล้วใช้พาสปอร์ตกลุ่มนี้มาสร้างความเดือดร้อนในประเทศไทย นายอนุทิน บอกว่า โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลไทยในอดีต และปัจจุบัน เป็นเจตนารมณ์ที่ดีที่อยากจะส่งเสริมการท่องเที่ยว และการลงทุน พร้อมอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเชื่อมั่นในประเทศไทย แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มาอาศัยช่องโหว่ และมาทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินคดีกับคนกลุ่มนั้น เขาไม่มีทางที่ทำผิดกฎหมายในประเทศนี้แล้ว แล้วจะรอดพ้นไปได้
เมื่อถามว่าสแกนบุคคลต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยอย่างไร นายอนุทิน บอกว่า ทุกคนมีประวัติอยู่แล้วเมื่อเข้ามาในประเทศไทย ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็สามารถดูประวัติได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นประวัติที่ไม่ดี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เราไม่ได้ออกใบอนุญาตต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสัญชาติ ในช่วงหลังมานี้ไม่ได้มีการให้สัญชาติใดๆ














