ผู้เสียหายโผล่เพิ่มอีกราย แฉถูกอาจารย์ดัง "อมมังกรแก้กรรม" พาเข้าห้องสองต่อสอง พูดจาลามกสุดวิปริต ก่อนโชว์จับอวัยวะเพศสุนัขพร้อมครางเสียวออกมา ด้าน "เอก สายไหมต้องรอด" เตรียมพาผู้เสียหายแจ้งความกองปราบจันทร์นี้ (11 พ.ค.)

วันที่ 9 พ.ค. 2569 นายเอ (นามสมติ) อายุ 18 ปี พร้อมครอบครัว ผู้เสียหายจากอาจารย์แก้กรรมคนดัง ร้องนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกสายไหมต้องรอด ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นายเอ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตอนอายุ 17 ปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2568 ขณะนั้นแม่ไปเที่ยวกับพ่อ และพาไปทำธุระแถวภาคเหนือ ก่อนจะเห็นคลิปในโซเชียลว่าอาจารย์คนดังกล่าวเป็นคนมีชื่อเสียง แม่มีอาการปวดหลังจึงเข้าไปให้อาจารย์คนดังกล่าวดูอาการให้ แต่เมื่อเข้าไปสอบถามอาการแม่เพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะมาคุยกับตนที่เป็นลูกชายเป็นหลัก จากนั้นได้เรียกตนเองให้เข้าไปนั่งข้างๆ และมีการกระซิบข้างหูพูดเรื่องอนาจาร จนเวลาผ่านไปประมาณ 12.00 น. อาจารย์ได้ให้ลูกศิษย์หาร้านอาหารให้พ่อกับหมายแม่ และบอกให้ตนเข้าไปกินข้าวกับอาจารย์เพียงแค่สองคน และระหว่างทานข้าวตลอด 1 ชั่วโมง อาจารย์ไม่มีการพูดเรื่องอนาจาร




เมื่อกินข้าวเสร็จ อาจารย์ได้พาเข้าไปในห้อง มีการให้นั่งสมาธิ 5 นาที ก่อนที่จะพูดเรื่องลามกเกี่ยวกับสัตว์ เช่น สุนัขตัวนี้น่ารักไหม อยากมีสัมพันธ์ด้วยไหม จะทำท่าไหน ซึ่งอาจารย์เล่าว่าตัวเองเคยเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของสุนัข ก่อนที่อาจารย์จะเรียกสุนัขตัวหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง และได้จับสุนัขตัวนั้นมาลูบหัว และจับอวัยวะเพศของสุนัข ก่อนที่อาจารย์จะส่งเสียงครางออกมา ตอนนั้นตนกลัวมาก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์คนดังกล่าวทำหน้าตาหื่นกาม เอาลิ้นเลียขอบปากอยู่บ่อยครั้ง


จากนั้นอาจารย์ก็ได้สั่งให้ตัวเองลุกยืนขึ้นและถกขากางเกงขึ้นมา ให้เห็นขาอ่อน พูดจาแทะโลมเหมือนเดิม และถามย้ำว่าอยากทำอะไรกับหมาตัวนั้นไหม ถ้าทำได้จะทำท่าไหน หรือชอบสัตว์ชนิดไหน อยากมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ชนิดใด หรือชอบสถานที่ไหนในป่า หรือข้างคลอง ก่อนที่อาจารย์จะทำเสียงครางในลำคอ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์ได้ยึดโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถเก็บหลักฐานหรือติดต่อใครได้ ซึ่งตนได้ออกมาจากห้องอีกครั้งในเวลา 16.00 น.




ทั้งนี้ อาจารย์คนดังกล่าวบอกว่าตนเองชะตาขาด เป็นเคสเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยจะต้องถ่ายรูปอวัยวะเพศและก้นสุนัขมาวางคู่กัน และแนบเข้าไปในหนังสือของอาจารย์ และให้แพ็กส่งไปให้อาจารย์ทางไปรษณีย์ แต่ตนเองไม่ได้ทำ พร้อมบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จิตใจตัวเองย่ำแย่ กระทบกระเทือนจิตใจ


ด้านนางบี (นามสมมติ) อายุ 48 ปี แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่าหลังจากกลับมาจากบ้านของอาจารย์ ลูกชายได้มาเปิดใจค่อยๆ เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายบ้าง ยอมรับหลังจากที่ฟังแล้วรู้สึกผิด และคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตนหมดความศรัทธาในอาจารย์คนดังกล่าว เมื่อถามว่าได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวหรือไม่ ระบุว่าไม่ได้มีการแจ้งความ เพราะไม่มีหลักฐาน กลัวว่าจะทำอะไรอาจารย์คนดังกล่าวไม่ได้ เพราะในวันนั้นที่ตนเดินทางไป ลูกศิษย์ของอาจารย์เป็นพวกข้าราชการมีตำแหน่งมียศ จึงเกรงกลัว แต่จากการหาข้อมูลในโซเชียลพบว่ามีหลายคนที่โดนพฤติกรรมเช่นนี้




นายเอกภพ ระบุว่า ผู้เสียหายน่าจะยังมีอีกเยอะเพราะว่าทำมานานและพฤติกรรมคล้ายกันหมด และอาจารย์คงมองว่าตัวเองมีแรงศรัทธาเยอะ ลูกศิษย์เยอะ จึงเอามาเป็นเกราะป้องกันตนเองและคิดว่าคงไม่คิดว่าจะมีใครทำให้เขาเสียหายได้ แต่เวรกรรมมีจริงมัวแต่ดูดวงให้คนอื่นจนไม่ได้ดูดวงให้ตนเอง เวรกรรมกำลังจะตามทัน พร้อมกันนี้ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม จะพาผู้เสียหายเคสนี้ไปแจ้งความที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามเพื่อให้สอบปากคำผู้เสียหายรวบรวมเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวต่อไป


ทั้งนี้ ยังฝากถึงประชาชนที่กำลังเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้ไปแจ้งความเพราะวันนี้กำแพงศรัทธาแตกแล้ว ตำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือเต็มที่ให้เอาคนไม่ดีออกจากสังคม