ดราม่า! บุคลากรการแพทย์ คอมเมนต์แรง ถึงคนไข้ระหว่างรอรักษา สุดท้ายเสียชีวิตกลางดึกขณะไปเข้าห้องน้ำหัวฟาดพื้น เลือดคลั่งในสมอง ช่วยไม่ทัน ด้านลูกชายคาใจ ทำไมรพ.ถึงปล่อยคนไข้ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว?
วันที่ 17 ส.ค. 69 จากกรณีของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพตัวเองขณะไปหาคุณหมอที่ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เพื่อรอการรักษา โดยระบุว่า "กูมาแต่ 12.00 จนปานนี้ถ่าบ่ตรวจให้กูไปตายยุบ้านโลดสู"

หลังจากนั้นก็มีคอมเมนต์จากชาวเน็ตเข้าไปให้กำลังใจ แต่ก็มี บุคลากรการแพทย์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วย เช่น แล้วเจ้าคึบ่ตายบ้านละยาย มารพ.เฮ็ดหยัง , จะมาตอนไหนก็ต้องรอค่ะ รพ.รัฐ คลินิก เอกชน ก็ต้องรอค่ะ โพสต์เฟสได้แสดงว่าไม่เป็นไรมาก งั้นกลับบ้าน ค่ะกลับไปตายที่บ้านตามโพสต์ได้เลยค่ะ ต่อให้เป็นราชนิกุล มหารานี ก็ต้องรอค่ะ ย้ำถ้ารอไม่ไว้ไปตายที่บ้านได้เลยตามที่โพสต์ ขอบคุณค่ะ , จากสภาพแล้ว ยังไม่ตาย ยังรอได้อีกเป็นวัน



และล่าสุด ลูกชายของเจ้าของโพสต์ ได้เข้ามาคอมเมนต์อัปเดตใต้รูปภาพของคนไข้ระบุว่า "ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ผมเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ที่จริงวันนี้ หรือ ไม่ก็พรุ่งนี้ แม่ผมจะได้ออกโรงพยาบาลแล้วครับ แต่เมื่อช่วงประมาณ ตี4 ของวันนี้มีเจ้าหน้าที่โทรมาว่า แม่ผมหมดสติในห้องน้ำ ขณะเข้าไปทำธุระ ทำให้ศีรษะฟาดพื้น ทำให้เลือดคลั่งในสมอง แม่ผมเข้าห้องน้ำหลังจากที่หมดเวลาให้ญาติเยี่ยมแล้ว เผื่อจะสงสัยว่าทำไมไม่ให้คนในครอบครัวพาไป เพราะถามหมอ หมอก็ตอบไม่ชัดเจน ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนเจอ คนไข้ในตึกเดียวกัน หรือ พยาบาลที่เข้าเวร แต่สิ่งที่คาใจอยู่ตอนนี้ คือทำไมถึงปล่อยคนไข้ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว และถึงไปคนเดียว ก็จะไม่สังเกตเลยเหรอ ว่าคนไข้ออกจากเตียง ทำไมถึงปล่อยเวลาเลยมาจนถึงเช้า จนถึงบ่าย ทีแรกว่าจะได้ผ่าตัด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผ่า จนถึงช่วง บ่าย2-3 ย้ายตึกแล้ว ย้ายห้องแล้ว
คำตอบสุดท้ายที่ได้ คือช่วยไม่ทัน เพราะเลือดออกเยอะมากแล้ว มันจะไปทันได้ยังไง ก็แม่ผมล้มตั้งแต่เมื่อคืน เพราะโทรมาแจ้งพ่อผมตอนตี4 แต่ระยะเวลาให้ญาติเยี่ยมได้คือ 18.00 ถึง 20.00 คือรอบสุดท้าย หมายความว่าหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของพยาบาลแล้วหรือเปล่าที่ต้องดูแลคนไข้ ผมกับพ่อและญาติ ไม่ได้ถามตอนนั้น เพราะมันช็อก ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะไปยังไงต่อ ได้แต่ยอมรับ ทั้ง ๆ ที่ควรจะได้กลับบ้านแล้ว แต่ตอนนี้ต้องกลับมาพร้อมร่างไร้วิญญาณแทน ตอนนี้กำลังทำพิธีตามศาสนาต่อไปครับ"

ซึ่งภายหลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตกันจำนวนมาก และก็ได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม จากกรณีที่ บุคลากรการแพทย์ ได้เข้ามาคอมเมนต์แรง และกดอิโมจิหัวเราะในโพสต์ของคนไข้
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เจ้าของโพสต์ / อีป้า 5.0 V2

















