จุดเริ่มต้น "โทน บางแค" รู้จัก "ไฮโซเก่ง" ผ่านเซียนพระรุ่นพี่ สร้างความน่าเชื่อถือ จนสนิทสนมไว้ใจ ให้นำทรัพย์สินไปช่วยขาย สุดท้ายไม่ได้เงินตามตกลง

วันที่ 6 พ.ค. 2569 กรณีเซียนพระดัง "โทน บางแค" เข้าร้องเรียนกล่าวหา "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่ให้ทำสัญญาหนี้ฉบับใหม่ จนเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ และบิ๊กเต่าได้ออกมาตอบโต้ว่าไม่ได้ข่มขู่ แต่เป็นคนกลางที่สองฝ่ายเข้ามาหาให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ จนทำให้ทราบว่า โทน บางแค เป็นหนี้มาดามเก่ง หรือไฮโซเก่ง หลักร้อยล้านบาท

โดยเส้นทางที่ทำให้ทั้งคู่รู้จักกัน เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไฮโซเก่ง เริ่มรู้จักกับ โทน บางแค ผ่านทาง เซียนพระ "ต." ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ภายหลังมาดามเก่งเคยขอให้เซียน ต. ช่วยดูพระเครื่องให้ กระทั่งวันหนึ่งมาดามเก่งได้โทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องขายรถเบนท์ลี่ย์ เนื่องจากถูกเต็นท์รถกดราคา

ขณะนั้น เซียน ต. ระบุว่า กำลังนั่งอยู่กับโทน บางแค ซึ่งมีความรู้เรื่องรถหรู จึงส่งโทรศัพท์ให้พูดคุยกัน โดยโทนเมื่อทราบว่าเป็นไฮโซเก่ง ก็รีบอาสาช่วยเหลือทันที เนื่องจากรู้จักชื่อเสียงในวงการพระว่าเป็นคนใจสปอร์ตและกล้าลงทุน พร้อมนัดเข้าไปดูรถและรับปากจะหาช่องทางขายให้ได้ราคาดีกว่าเต็นท์รถทั่วไป โดยอ้างว่ามีเครือข่ายในวงการรถหรู

กระทั่งมีการเข้าหา พูดคุย จนมาดามเก่งเริ่มไว้ใจ ทดลองนำทรัพย์สินทั้งนาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม พระเครื่อง และรถหรู มาให้โทนช่วยขาย โดยมีการตีเช็คประกันและกำหนดระยะเวลา 10 เดือนในการขึ้นเงิน

นอกจากนี้ โทนยังขอยืมเงินมาดามเก่ง เพื่อไปผลิตกล้องส่องพระ อ้างว่าจ้างบริษัทจากประเทศเยอรมนีผลิต จำนวน 1,000 ตัว เพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศไทยราคาตัวละกว่า 10,000 บาท และจะจัดสรรให้มาดามเก่ง 300 ตัว ในราคาต้นทุนตัวละ 3,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป มาดามเก่งไม่เคยได้รับกล้องตามที่ตกลงจึงทวงถาม กระทั่งโทนอ้างว่าสินค้าถูกขายไปเกือบหมด เหลือเพียง 100 ตัว หากต้องการต้องซื้อในราคาตัวละ 10,000 บาท ทำให้มาดามเก่งเริ่มเกิดความสงสัยในพฤติกรรม



ต่อมา มีการตรวจสอบทรัพย์สินที่นำไปฝากขาย พบว่า โทนอ้างว่าขายได้บางส่วน แต่ไม่นำเงินมาคืน อีกทั้งยังพบว่านาฬิกาหรูยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ ถูกนำไปสวมใส่อวดในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้นำไปจำหน่ายตามที่กล่าวอ้าง

รวมถึงพระเครื่องและทรัพย์สินอื่นที่โทนนำมาใช้เป็นหลักประกันในการเจรจาประนอมหนี้ เมื่อตรวจสอบพบว่า มีการตั้งราคาสูงกว่าราคากลางหลายเท่า สร้างความเสียหายให้กับมาดามเก่งเป็นอย่างมาก

รายงานข่าวระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของมาดามเก่งอย่างรุนแรง จนเกิดความเครียดสะสมและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป