ฟังอีกมุม! "ช่างกิจ" แจงยิบดราม่าซ่อมรถคลาสสิก หลังลูกค้าร้องร้อง "ใหญ่ V10" ให้ช่วย ยันรถไม่ได้หาย เผยงานสะดุดเพราะลูกค้าอ้างทนาย ยินดีซ่อมต่อแค่ขอเวลาเพิ่ม
จากกรณีหนุ่มลูกครึ่งร้องขอความช่วยเหลือ “ใหญ่ V10” หลังนำรถอเมริกันคลาสสิกเข้าซ่อมกับอินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ชื่อดัง จ่ายค่าซ่อมแล้ว 2.8 แสนบาท จากยอดกว่า 5 แสนบาท แต่ผ่านนานกว่า 1 ปี งานกลับไม่คืบหน้า โดยเจ้าของรถไม่ทราบว่าปัจจุบันรถอยู่ที่ใด ด้านใหญ่ V10 ประกาศพร้อมช่วยเหลือทั้งเจ้าของรถและผู้ประกอบการที่ประสบปัญหา
ล่าสุดวันที่ 15 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถาม นายกฤษณะ สอทรัพย์ไพศาล หรือ ช่างกิจ ซึ่งเป็นช่างที่รับซ่อมรถคันดังกล่าวให้ เปิดเผยว่า ตนไม่เข้าใจที่ลูกค้าบอกว่ารถหายทั้งที่ความจริงแล้วรถก็อยู่ที่อู่ของตนตลอด รวมถึงลูกค้าก็มีทั้ง Facebook และเบอร์โทร ทำไมจึงไม่โทรมาสอบถาม แต่กลับมีการนำข่าวไปเปิดเผยแบบนั้น
สำหรับรถคันดังกล่าวนำมาซ่อมตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ดั้งเดิมรถเป็นสีฟ้า และภายในไม่มีเครื่องมีแต่โครงรถเท่านั้น โดยลูกค้าได้นำมาเปลี่ยนสีรถให้เป็นสีเปลือกมังคุด ซึ่งตนต้องทำสีใหม่เดินระบบเครื่อง ระบบไฟฟ้า ทำกระจก ใหม่ทั้งหมด ลูกค้าระบุว่าขอให้รถซ่อมเสร็จภายใน 3 เดือนได้หรือไม่ ตนก็ตอบตกลงเนื่องจากเห็นแค่รูปและเห็นภายนอกเท่านั้น แต่เมื่อรถมาถึง จึงเห็นว่า 3 เดือนอาจไม่ทัน เพราะต้องทำใหม่ทั้งหมด จึงขอขยายเวลาเพิ่ม
หลังจากตกลงเรื่องราคากันได้แล้วในราคา 500,000 บาท ตนก็เริ่มทำสี และทำเครื่องยนต์ใหม่ โดยข้อมูลของ ใหญ่ V10 ระบุว่าในครั้งแรกมีการตกลงกันว่าจะใช้เครื่อง Lexus แต่กลับมีการใช้เครื่อง toyota ช่างกิจอธิบายว่า เครื่องที่ลูกค้าระบุ และเครื่องที่ตนใส่ให้เป็นตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่ามีการสั่งซื้อมาแล้วฝาครอบเครื่องหายไป ซึ่งตนได้แจ้งลูกค้าแล้วว่าตัวเครื่องเป็นตัวเดียวกันเพียงแต่ฝาครอบเครื่องหาย ซึ่งลูกค้าก็รับรู้และไม่ได้ต่อว่าอะไร พร้อมทั้งระบุว่าอยากจะได้โลโก้ใหม่แบบเท่ๆ ตนก็บอกลูกค้าไปว่าให้รถมันขับได้ก่อนแล้วเรื่องนี้ค่อยว่ากัน
นอกจากนี้การเดินระบบภายในรถตนต้องมอบรถให้อู่นอกทำ ซึ่งหลังจากที่ตนทำสีและทำเครื่องเสร็จ 2 วันก็ได้นำรถสไลด์ไปส่งอีกอู่หนึ่งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตนได้แจ้งกับลูกค้าไปแล้ว ต่อมาอู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ขอเบิกเงินก้อนแรก 100,000 บาท ตนก็แจ้งกับลูกค้าไปว่าให้โอนไปที่อู่รถในจังหวัดเพชรบูรณ์เลยไม่ต้องโอนมาที่ตนเพราะวงเงินของตนจำกัดวันละ 50,000 บาทเท่านั้น ด้านลูกค้าตอบกลับมาว่าทนายบอกว่าให้โอนมาที่ช่างกิจเท่านั้น ตอนนั้นตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงต้องมีทนายเข้ามาเกี่ยว ซึ่งทางอู่ก็เป็นกังวลว่าหากมีทนายเข้ามาเกี่ยวจะเป็นการกดดันการทำงานของช่าง เพราะตอนแรกลูกค้าระบุว่า ให้ขั้นตอนการเดินระบบภายในรถเสร็จภายใน 2 เดือน แต่ทางอู่บอกว่า 2 เดือนอาจจะไม่ทันขอขยายระยะเวลาเป็น 3-4 เดือนได้หรือไม่ พอมีการพูดถึงทนายจึงเป็นกังวลว่าหากทำให้ทันตามระยะเวลาที่ลูกค้ากำหนดจะถูกฟ้องร้อง จึงยกเลิกและนำรถสไลด์กลับมาที่อู่ของช่างกิจเหมือนเดิม
ด้านช่างกิจ ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีการทำสัญญาในการซ่อมรถ
หลังจากนำรถกลับมาที่อู่ของช่างกิจ ตนก็ได้แจ้งลูกค้าไปว่าให้ไปหาที่อื่นหรือช่วยขยายระยะเวลาหน่อยได้หรือไม่ แต่ทางลูกค้าก็ไม่ตอบอะไรกลับมา โดยรถคันดังกล่าวก็ถูกจอดอยู่ที่อู่ของตนโดยไม่ได้มีการซ่อมแซมอะไรเพิ่มเติม เป็นระยะเวลา 6 เดือน จนเป็นข่าวดังเกิดขึ้นว่านำรถมาทำแล้วรถหาย
ตนจึงอยากขอชี้แจงว่ารถไม่ได้หายไปไหนถูกเก็บเอาไว้ใต้หลังคาเป็นอย่างดี และได้บอกขั้นตอนกับลูกค้าได้ทราบแล้ว แต่ทำไมกลับมีการมาให้ข่าวในทิศทางที่ทำให้ตนเสียหาย ซึ่งหลังจากนี้ตนก็ขอให้ลูกค้าติดต่อกลับมา ตนยินดีที่จะซ่อมรถให้ตามราคาที่กำหนดกันตั้งแต่แรก เพียงแค่ขอเพิ่มระยะเวลาให้ได้หรือไม่

















