รองผบก.นนท์ เผยคำรับสารภาพ! มือฆ่าอ้างปม "ป้ายยา" หลอนคนตามฆ่า จ่อส่งศรีธัญญาตรวจจิต เหตุตอนสอบปากคำให้การได้ปกติ ยันให้ความยุติธรรมเหยื่อถึงที่สุด

วันที่ 4 พ.ค. 2569 ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยหลังสอบปากคำนายนิติรันดร์ ผู้ต้องหา เบื้องต้นว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ยอมรับว่า ลงมือก่อเหตุจริง แต่อาจจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็อีกเรื่องหนึ่ง

ส่วนแรงจูงใจ ผู้ต้องหา อ้างว่า มีคนจะมาลอบทำร้าย และมีการวางยา แต่ตอนหลังเปลี่ยนวิธีการวางยาเป็นการป้ายยา และแฟนสาว ที่เสียชีวิต พยายามเอายามาป้าย วันเกิดเหตุ สาเหตุที่ลงมือ เพราะแฟนสาวพยายามจะป้ายยา ผู้ต้องหาพยายามหนีไปอาบน้ำ แล้วแฟนสาวก็มาถามอีกทีจนทะเลาะกันและเกิดเหตุดังกล่าว

ส่วนตอนลงมือมีอาการปกติหรือไม่นั้น จะต้องทำการตรวจสอบ เพราะญาติของผู้ต้องหาอ้างว่า ผู้ต้องหาได้รับการรักษาอาการป่วยทางจิตเวชจากโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะต้องนำมาผู้ต้องหาไปส่งตรวจทางนิติจิตเวช ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อประเมินอาการทางจิต

ในส่วนประวัติการรักษาและใบที่เคยเข้ารับการรักษาจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง โดยผู้ต้องหาอ้างว่า มีการเข้ารับการรักษาประมาณ 3-4ปีแล้ว

ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุไม่พบสารยาที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าใช้ป้ายยา ไม่พบยาที่ใช้รักษาอาการป่วยทางจิตเวช และไม่เจอสารเสพติดใดๆ

และจากการพูดคุยและสอบปากคำ พบว่า สภาพจิต และสติ ถือว่า 100% ถามตอบรู้เรื่อง และเล่ารายละเอียดความเป็นมาของการคบหากับแฟน จนมาอยู่ห้องพัก ถือว่าเล่าทุกอย่างได้ปกติ

ส่วนอาการป่วยจะเป็นเหตุบรรเทาโทษได้หรือไม่ จะต้องรอผลการตรวจก่อน เพื่อเอาความจริงให้ปรากฏ และให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย และดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด เพราะผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญในคดีนี้

ส่วนประเด็นที่พบบ่วงผูกคอในห้องที่เกิดเหตุนั้น ผู้ต้องหาตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายตามหรือพยายามเบี่ยงเบนหรือไม่ พ.ต.อ.โชคชัย ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบ หลังจากเข้าไปทำแผลประกอบคำรับสารภาพซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้และอยู่ในสำนวนทางคดี

ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาหลังจากก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปจอดทิ้งไว้ที่พื้นที่แห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี จากการสอบสวน ผู้ต้องหาอ้างว่า ตอนนั้นด้วยความตกใจและคิดอะไรไม่ออก รวมถึงคิดว่ามีบุคคลจะตามมาทำร้ายตนเองตลอดเวลา จึงขับรถไปโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย คืนแรกได้ไปนอนในปั๊มน้ำมัน ก่อนจะกลัวว่าคนติดตามจะรู้ จึงจำเป็นที่จะต้องทิ้งรถ ก่อนที่จะนั่งรถตู้จากจังหวัดสุพรรณบุรีไปลงที่จังหวัดลำปาง และต่อรถทัวร์ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะถูกจับกุมตัวในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ต้องหาไม่ได้มีญาติอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ลำปางและจังหวัดเชียงใหม่