ไฟไหม้บ้านที่บุรีรัมย์ วอดทั้งหลัง เจ้าของบ้านเผย ถูกตัดไฟมาหลายเดือนแล้ว ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติ ต้นเพลิงอยู่ชั้นสอง คาดพาวเวอร์แบงก์เก่าเก็บไว้หลายอัน
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ กิจไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านตาลอง หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งวัง ว่ามีเหตุไฟไหม้บ้านชาวบ้าน จึงประสานรถดับเพลิง อบต.ทุ่งวัง เข้าร่วมระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุบ้านเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก รถดับเพลิงจำนวน 5 คัน เร่งควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบตุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง
นางทองจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า บ้านตนเองอยู่ติดกับต้นเพลิง ช่วงเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านมานั่งเล่นโทรศัพท์ได้ตะโกนว่า ไฟไหม้บ้าน จึงรีบช่วยกันตักน้ำในโอ่งดับไฟ และรีบแจ้งรถดับเพลิงแต่ไฟลุกลามรวดเร็วมากเพราะเป็นบ้านไม้เก่าอายุกว่า 70 ปี

ขณะที่ นายเอกราช อายุ 28 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนไปอาศัยอยู่ที่บ้านของป้าอีกหลังหนึ่งมานานหลายเดือนแล้ว เนื่องจากไฟฟ้าบ้านหลังนี้ถูกตัดไป เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ ยอมรับว่างงว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะต้นเพลิงไปเกิดอยู่บนชั้นสองของบ้าน แต่บนชั้นสองของบ้านตนเก็บพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) สำหรับชาร์จโทรศัพท์ที่ใช้ไม่ได้แล้วไว้หลายเครื่อง
ส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าว่าพาวเวอร์แบงก์เก่าที่เก็บไว้หลายอันจะระเบิดขึ้น เนื่องจากจุดที่เก็บไว้ในช่วงบ่ายแดดจะส่งมาถึงบริเวณนั้นตลอดเวลา ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อนจัดอุณหภูมิในพื้นที่ทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเชียล ทำให้พาวเวอร์แบงก์ระเบิดขึ้นได้

ด้านนายมนูญ มั่นเฮง นายกอบต.ทุ่งวัง กล่าวว่า ตอนนี้ทาง อบต.ได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน ทั้งนี้จะประสานกับทาง อ.สตึก เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.สตึก ได้กันพื้นที่เกิดเหตุและประสานให้ชุดพิสูจน์หลักฐานจังหวัดบุรีรัมย์มาตรวจหาสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายประมาณ 800,000 บาท


















