เจ้าหน้าที่บุกรวบเครือข่ายค้า "เสือดำ" ข้ามชาติ คาลานจอดห้าง อ.แม่สอด พบส่งจากกัมพูชา ปลายทางเมียนมา
วันที่ 9 เม.ย 2569 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ DSI และกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 ราย บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 1.Mr. ZAW MIN MYAT อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา 2.Mrs. KHIN THI KHAING อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางที่ตรวจยึด ลูกเสือดำ (Panthera pardus) เพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน จำนวน 1 ตัว (ราคาประเมิน 532,873 บาท), รถยนต์ Toyota Landcruiser ทะเบียนต่างประเทศ 1 คัน (ราคาประเมิน 800,000 บาท), โทรศัพท์มือถือ iPhone 15 Pro Max จำนวน 2 เครื่อง (พบข้อมูลติดต่อเครือข่าย), กรงใส่สัตว์ป่า 1 กรง รวมมูลค่าทรัพย์สินและของกลางกว่า 1.3 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีการว่าจ้างขนส่งสัตว์ที่อ้างว่าเป็น "แมวดำ" เดินทางจากชายแดนกัมพูชาผ่านไทยไปยัง อ.แม่สอด ทว่าพลเมืองดีสังเกตพบพฤติกรรมสัตว์ที่ดุร้ายผิดปกติและไม่ยอมกินอาหารแมว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนยืนยันว่าเป็นลูกเสือดำ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES)
บก.ปทส. จึงใช้ยุทธวิธี "ส่งมอบภายใต้การควบคุม" (Controlled Delivery) สะกดรอยตามจนถึงจุดนัดพบที่ อ.แม่สอด เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองขับรถมารับกรงเสือ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า รับคำสั่งจากหญิงรายหนึ่งชื่อ "นางมายู" ให้มารับสัตว์ไปส่งยังพื้นที่ชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา

ความสำคัญทางระบบนิเวศและข้อกฎหมาย เสือดำ (Panthera pardus) แท้จริงแล้ว คือ เสือดาวที่มีสภาวะ "เมลานิซึม" (Melanism) ทำให้มีเม็ดสีดำมากเกินไปจนมองไม่เห็นลายชัดเจน แต่ยังคงสถานะเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
-กฎหมายไทย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 159 ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567
-สากล อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของ CITES ห้ามค้าขายระหว่างประเทศเด็ดขาด
-บทลงโทษ การครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17
เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลจากข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเพื่อทำลายเครือข่ายนี้ ซึ่งพบความเชื่อมโยงทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อร่วมขบวนการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า เพราะมีโทษหนักและเป็นภัยต่อความมั่นคงทางทรัพยากร














