ม.ดังชี้ อ.โต้ง ดูหมิ่นมหาวิทยาลัย, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำให้เสียชื่อเสียง จึงมีคำสั่งเลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ด้าน อ.โต้ง แจงตรวจพบความผิดลักลอบขนดินในมหาวิทยาลัย ลั่นทำเพื่อมหาวิทยาลัย เพื่อความถูกต้องโปร่งใส มีหลักฐานทั้งหมด แต่ถูกผู้มีอำนาจแทรกแซง
วันที่ 1 เม.ย. 2569 จากกรณีรองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรืออาจารย์โต้ง นักอาชญาวิทยา อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “หลังจากผมออกรายการชื่อดัง วันนี้ (31 มี.ค.69) มหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ผมออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยครับ มีผล 1 เม.ย.69 #ธรรมาภิบาล #กระทรวงอว. #ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”
ทีมข่าวออนไลน์ช่อง 8 สอบถามถึงสาเหตุที่ถูกเลิกจ้าง อาจารย์โต้ง เผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกรณีการลักลอบขนดินออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยจำนวนมากในช่วงปลายปี 2567 ซึ่งระหว่างการสอบสวน ตนพบว่ามีผู้มีอำนาจเข้ามาแทรกแซงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อดำเนินการสืบสวนก็พบว่ามีการกระทำผิดจริง และมีผู้บริหารบางรายเกี่ยวข้องด้วย
หลังจากทราบถึงการกระทำความผิดดังกล่าว อาจารย์โต้งได้ไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ที่ สภ.ปากคลองรังสิต และพยายามติดตามความคืบหน้ามาอยู่ตลอด แต่ก็ได้รับปฏิเสธการให้ข้อมูลจากทางตำรวจ นอกจากนี้ ยังได้ยื่นเรื่องไปยังกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในยุคของรัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี ซึ่งขณะนี้ก็เปลี่ยนรัฐมนตรีมาแล้วกว่า 3 คน แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับกรณีนี้ รวมทั้งได้ยื่นเรื่องไปกรรมาธิการ แต่ก็ถูกตีตก
กระทั่งช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2569 สภามหาวิทยาลัย ได้สั่งปลดอธิการบดีคนเก่า และแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ขึ้นมา และภายหลังมีการเปลี่ยนผู้บริหารและทางมหาวิทยาลัยได้ทำเรื่องขอถอนแจ้งความ และปลดอาจารย์โต้ง กับผู้เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ออกจากตำแหน่ง

เรื่องดังกล่าว อาจารย์โต้งได้นำมาเปิดเผยในรายการชื่อดัง และหลายเป็นประเด็นที่สภามหาวิทยาลัยได้เปิดประชุมพิเศษ และกล่าวหาว่าอาจารย์โต้งดูหมิ่นมหาวิทยาลัย, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเข้าข่ายความผิด นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้
กระทั่งเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ทางมหาวิทยาลัยมีคำสั่งเลิกจ้างรองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ซึ่งระบุว่า การกระทำของอาจารย์โต้ง เป็นการจงใจทำให้มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงสุด มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีในสังคมการศึกษาระดับชาติและนานาชาติ ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณอย่างร้ายแรง ไม่เอาใจใส่และระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ฝ่าฝืนข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2550 ตาม ข้อ 6.4บุคลากรจะถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย เนื่องจากสาเหตุดัง ข้อ 6.4.2 จงใจทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย ข้อ 11 วินัยและมาตรการทางวินัย ข้อ 11.2 วินัยของบุคลากรมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้ (6) ต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีและก้าวหน้าด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย (9) ต้องไม่กระทำการใดให้เป็นการเสียหายแก่มหาวิทยาลัย เห็นสมควรลงโทษตามข้อ 11.5 โทษความผิดวินัย มี 5 สถานคือ (4) เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย
หลังจากนี้ อาจารย์โต้ง ยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมผ่านกระบวนการศาลแรงงาน และเตรียมปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการในประเด็นอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ส่งทีมงานไปขนของออกจากมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย














