รอง ผบ.ตร. ตกใจ! มีชื่อไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้า ก่อสร้างโรงพักสุทธิสาร พร้อมตรวจสอบความล่าช้ากว่า 2 ปี ว่าเป็นการรอการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินตามแนว ถ.รัชดาภิเษก-พระราม 9 ก่อน หรือเกิดจากความผิดของผู้รับเหมา

วันที่ 30 มี.ค. 2569 จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพการก่อสร้างบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของอาคาร สน.สุทธิสาร แห่งใหม่ ที่มีลักษณะถูกปิดทึบด้วยฝ้าเพดานและหลอดไฟจนไม่สามารถใช้งานได้จริงนั้น พลตำรวจเอก กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านบริหาร ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุถึงสาเหตุความล่าช้าของโครงการก่อสร้างอาคารทดแทนที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี

โดยชี้แจงว่า อาคารดังกล่าวยังไม่ได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการ ภาพการปิดกั้นพื้นที่บริเวณบันไดที่ปรากฏในสื่อโซเชียลนั้น เป็นตีฝ้าปิด ไม่ใช่การก่อปูนปิดทึบถาวรแต่อย่างใด สาเหตุที่ต้องดำเนินการเช่นนั้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีคนเร่ร่อนลักลอบเข้าไปนอน และเกิดเหตุสิ่งของสูญหาย ผู้รับเหมาจึงจำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปยังพื้นที่ก่อสร้างชั้นบนที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงฝากข้อคิดเห็นถึงผู้ที่นำภาพไปโพสต์ว่า ควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อนนำไปเผยแพร่เพื่อโจมตีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับสาเหตุที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ อธิบายว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ระบบไฟฟ้ายังไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าภายในอาคารได้ เนื่องจากแนวถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 อยู่ระหว่างการดำเนินการของไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ซึ่งตนในฐานะบอร์ด กฟน. ทราบดีว่ากระบวนการนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อกำหนด (TOR) จึงต้องรอให้การนำสายไฟลงดินเรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถเดินสายไฟเข้าสู่ตัวอาคาร สน.สุทธิสาร ใหม่ได้

ส่วนกรณีที่โครงการก่อสร้างมีความล่าช้ากว่ากำหนดสัญญามาแล้วกว่า 2 ปีนั้น ยืนยันว่า สำนักงานส่งกำลังบำรุงตำรวจ หรือ สกบ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เป็นผู้ผิดสัญญา และแบบการก่อสร้างทั้งหมดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ออกแบบอย่างถูกต้องโดยทีมวิศวกรและสถาปนิก

อย่างไรก็ตาม ตนจะนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่าความล่าช้าเกิดจากความผิดของผู้รับเหมา ทางผู้รับเหมาจะต้องถูกดำเนินการปรับเป็นรายวันตามสัญญาโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่หากความล่าช้าเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อระบบไฟจากหน่วยงานอื่น หรือเหตุสุดวิสัย ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับและวิศวกรจะต้องตรวจสอบความพร้อมให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน

เมื่อสอบถามย้ำว่า ปัญหาการนำระบบไฟฟ้าเข้าสู่อาคารเป็นความผิดของใคร ได้ตั้งคำถามกลับว่าโควิด ภัยพิบัติ สึนามิ ใครผิด? พร้อมระบุว่าขอให้เข้าใจถึงปัจจัยที่มีข้อยกเว้น และยืนยันว่าหากพบความผิดพลาดจากฝั่งใด ก็ต้องดำเนินการปรับและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามระเบียบ

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ปรากฏคือ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้าที่รับเหมาก่อสร้าง พลตำรวจเอก กรไขย ยอมรับว่า รู้สึกตกใจเช่นกันที่ปรากฏชื่อบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่า บริษัทแห่งนี้มีโครงการอื่นกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกหรือไม่ โดยยืนยันว่าตลอด 2 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ตนได้เร่งรัดการส่งมอบงานตามกรอบเวลามาโดยตลอด และในฐานะที่ดูแลฝ่ายบริหารต้องกำกับดูแลทุกโครงการอย่างใกล้ชิด แม้หลายโครงการจะเซ็นสัญญาก่อสร้างก่อนตนรับตำแหน่ง