พลังงาน จ.อ่างทอง นำเอกสารใบขนส่งคลังน้ำมันให้ บก.ปคบ. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดกักตุนหรือไม่ ขณะตัวแทนผู้ประกอบการเข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่างทอง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการขายน้ำมันเกินราคาในพื้นที่สิงห์บุรี ก่อนขยายผลพบคลังน้ำมันต้องสงสัย

ภายในคลังพบสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก รวมกว่า 331,000 ลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 รวมมูลค่ากว่า 12.5 ล้านบาท โดยมีผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวจำหน่ายน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาทั่วไป โดยอ้างว่ารับซื้อมาที่ลิตรละ 39.50 บาท แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารการซื้อขายหรือหลักฐานการชำระเงินได้

ล่าสุดวันนี้ พบว่า นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นิติกรของกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ในฐานะพยานเกี่ยวกับการเข้าค้นบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งภายในคลังพบสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก รวมกว่า 331,000 ลิตร เบื้องต้นได้รายงานพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน พร้อมย้ำให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่มุ่งดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน

เมื่อถามว่าน้ำมันที่อยู่ภายในคลังบริษัทดังกล่าวจะมีมากกว่า 300,000 ลิตรหรือไม่ นายก้องเกียรติ ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ และเมื่อถามต่อว่าพบความผิดปกติอะไรบ้างในการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทน้ำมันดังกล่าว
นายก้องเกียรติ ระบุว่าพบเพียงใบกำกับการขนส่งที่ต้องนำมาตรวจสอบ วันนี้จึงเข้ามาให้ข้อเท็จจริงกับทาง บก.ปคบ. ส่วนการตรวจสอบว่าจะมีความผิดหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนจุดเริ่มต้นของการเข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าว นายก้องเกียรติ ระบุว่าได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ให้ลงพื้นที่ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และได้ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม โดยในเบื้องต้นกระทรวงพลังงานได้เรียกตรวจใบกำกับการขนส่งของบริษัทดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่าการขนส่งต้นทางและปลายทางตรงกับที่สำแดงหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 30 พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำและแสดงใบกำกับการขนส่งน้ำมันให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อใช้ตรวจสอบเส้นทางและปริมาณน้ำมัน หากตรวจพบความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงานครอบคลุมเฉพาะการตรวจสอบใบกำกับการขนส่ง ส่วนประเด็นการกักตุนน้ำมันและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในในการตรวจสอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อมูลว่าน้ำมันในคลังบริษัทดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน กระทรวงพลังงานมีอำนาจดำเนินการอย่างไร นายก้องเกียรติ ระบุว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงพลังงาน โดยเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบมาตรฐานน้ำมัน ซึ่งตนไม่มีความรู้ในส่วนนี้เนื่องจากเป็นวิศวกร

ส่วนการเข้าแจ้งความที่ สภ. เมืองอ่างทอง เมื่อวานที่ผ่านมา เป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทน้ำมันดังกล่าวในประเด็นใบกำกับการขนส่ง โดยการแจ้งความครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน พยานหลักฐานที่นำส่งให้พนักงานสอบสวน ได้แก่ ใบกำกับการขนส่งที่ตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม และต่อมากระทรวงพลังงานได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทนำเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งบริษัทได้นำส่งเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

ขณะนี้ทางจังหวัดได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องน้ำมันอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

ด้าน พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับเอกสารใบกำกับการขนส่งจากพลังงานจังหวัดอ่างทอง เพื่อนำไปใช้ประกอบสำนวนในประเด็นที่ตำรวจสงสัย เนื่องจากในวันที่เข้าตรวจค้น ผู้ประกอบการไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงได้ จึงทำให้เกิดข้อสงสัย

สำหรับเอกสารที่ได้รับในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องนำไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลา 14.00 น. พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกตัวแทนคลังน้ำมันเข้าชี้แจงข้อมูล และในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค. 69) ได้เรียกพาณิชย์จังหวัดเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน