บุกทำเนียบ! 14 องค์กร จี้รัฐบาลอนุทิน แก้วิกฤตพลังงานด่วน ลดน้ำมัน-ค่าไฟ 11 บาท แฉปม "ไอ้โม่ง" ปั่นราคาสต็อกน้ำมัน ทำไรเดอร์อ่วมรายได้หด-โดนแบนเพียบ
วันที่ 23 มี.ค. 2569 เมื่อตอน 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล มีการนัดรวมตัวกันของกลุ่ม 14 องค์กร ภาคประชาสังคม นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข รวมตัวกันจัดกิจกรรมยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน ลดราคาน้ำมัน ตรึงราคาแก๊ส ลดค่าไฟและคุมราคาสินค้า รัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น
โดยมีการนำเอาป้ายข้อความและป้ายไวนิลมาชู แสดงออกถึงข้อเรียกร้องต่างๆ พร้อมป้ายข้อความเช่น “ นายกอนุทิน หยุดโทษประชาชนกักตุนน้ำมัน โชกึ๋นแก้ววิกฤตพลังงานด่วน “ รวมถึงป้ายที่ระบุว่า
” หนู บอกว่าจะทำให้พวกเรารวยๆๆ ช่วยพวกเรารอดตายวันนี้ก่อนดีไหม“ // และข้อความที่ระบุว่า ”ภาษี 11 บาทรวยไม่ไหวแล้ว“
ทั้งนี้ มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดค่ากลั่น เพื่อให้ราคาถูกลงไปอีก 11 บาท/ ลิตร รวมถึงตรึงราคาแก๊สหุงต้ม สำหรับภาพครัวเรือน เป็นระยะเวลาหนึ่งปี
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ลดค่าไฟลงจาก หน่วยละ 4.18บาท ให้เหลือหน่วยละ 3 บาท ตามที่พรรคการเมืองได้หาเสียงไว้
และเรียกร้องให้ควบคุมราคาสินค้า อุปโภคบริโภค และสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ไม่ให้มีการใช้โอกาสขึ้นราคา พร้อมจัดทำสินค้าราคาถูกออกจำหน่ายในทุกชุมชน รวมถึงอุดหนุนคูปองน้ำมันให้กับไรเดอร์ และผู้ให้บริการขนส่งอาหาร
ขณะที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่า การบริหารจัดการด้านพลังงานของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงเป็นรัฐบาลชุดเดิม และสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสื่อสารข้อมูล โดยเฉพาะกรณีปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีการให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 38 วัน เป็น 60 วัน 90 วัน และล่าสุด 100 วัน ซึ่งสร้างความสับสนและขาดความน่าเชื่อถือ
นายสมยศ ระบุว่า ความไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนก และนำไปสู่พฤติกรรมกักตุน รวมถึงการเก็งกำไรในตลาดน้ำมัน โดยอ้างถึงกรณีโรงกลั่นปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วลิตรละ 4 บาท ทั้งที่ประเทศยังมีสต๊อกเพียงพอ พร้อมยกตัวเลขจากเครือข่ายภาคีพลังงานที่ระบุว่า ภายใน 18 วันของสถานการณ์ความขัดแย้ง สามารถทำกำไรได้กว่า 21,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างราคาน้ำมันของไทยที่อิงราคาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งมองว่าเป็นการสร้าง “ต้นทุนเทียม” ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นมากกว่า แต่ยังคงใช้โครงสร้างราคาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังวิจารณ์ความไม่สอดคล้องของข้อมูลจากภาครัฐเกี่ยวกับปัญหาการกักตุน โดยรัฐมนตรีบางรายระบุว่ามี “ไอ้โม่ง” อยู่เบื้องหลัง ขณะที่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และชี้ว่าการขาดแคลนน้ำมันเกิดจากประชาชนกักตุนเอง ซึ่งนายสมยศเห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประชาชนทั่วไปไม่สามารถกักตุนในปริมาณมากได้
นายสมยศ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่มองว่าไม่เหมาะสมกับสินค้าจำเป็น พร้อมระบุว่าการจัดเก็บภาษีหลายชั้น ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเทศบาล และภาษีอนุรักษ์พลังงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
พร้อมกันนี้ เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตลงลิตรละ 7 บาท และปรับลดค่าการกลั่นอีก 4 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้รวมถึงลิตรละ 11 บาท โดยเห็นว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที หากมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ ยังวิพากษ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าเป็นการนำเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม
นายสมยศ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปรับโครงสร้างราคาและภาษี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบพลังงานของประเทศอีกครั้ง
ทั้งนี้บางช่วงนายสมยศ บอกว่า น้ำมันขาดแคลน เป็นเพราะการเกร็งกำไร และการปั่นราคา ซึ่งศูนย์กลางการปั่นราคาอยู่ตรงข้ามตนเองที่กำลังพูดอยู่ (ก็คือทำเนียบรัฐบาล) ส่วนไอ้โม่งเป็นใคร ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ไม่ใช่ใครอื่น คือคนที่ทุกท่านรู้จักดี ที่พูดบอกว่าไม่มีไอ้โม่งนั่นแหละ คนนั้นคือไอ้โง่ นี่คือสิ่งที่ตนเองต้องการมาบอกประชาชนทุกคน
จากนั้นได้มีการแสดงละครบทบาทสมมติ ถึงวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน / ก่อนที่จะอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง
นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นตัวแทนรับเอกสารข้อเรียกร้อง
ขณะที่ คุณสุภาภรณ์ พันประสิทธิ์ สหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มประเทศไทยและสหภาพคนทำงาน เปิดเผยว่าปัจจุบันไรเดอร์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเดิมที่วิ่งวันละ 30 เที่ยว ปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 10 เที่ยวเนื่องจากต้องรอเติมน้ำมัน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น / แต่มากกว่านั้นการไปส่งอาหารช้าให้แก่ลูกค้ากลับทำให้พวกตนเองถูกแอปพลิเคชันแบน เพราะไม่สามารถไปส่งอาหารให้กับลูกค้าได้ทันเวลา รวมถึงรายได้ที่รับก็ไม่เพียงพอและคุ้มค่ากับการวิ่งงาน
อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่าอย่ามุดอยู่แต่ในรู ให้ออกมาดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน














