รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานร่วมมือกับ DSI เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันบริษัทเชลล์ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พบเชลล์มียอดจ่ายน้ำมันในเดือนมีนาคมสูง แต่ยังไม่สมดุลกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค เผยภายในสัปดาห์หน้า วิกฤตน้ำมันจะคลี่คลาย เพราะกำชับผู้ประกอบการอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบอย่างเต็มที่ เชื่อสถานการณ์จะบรรเทาทันสงกรานต์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 22 มี.ค. 69 เวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในฐานะโฆษก DSI พร้อมด้วยนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมายังคลังน้ำมันเชลล์ช่องนนทรี ถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย ซึ่งเป็นคลังน้ำมันของบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อสำรวจตรวจสอบปริมาณน้ำมันในคลังตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยมี ดร.ศรีรัชต์ ธนะรัชต์ กรรมการบริหารฝ่ายรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้พาสำรวจ
โดยนายฉัตรชัยกล่าวว่า ในวันนี้โดยหลักคือเป็นการมาตรวจสอบปริมาณน้ำมันในคลังของบริษัทเชลล์ว่า มียอดการนำเข้าและจ่ายออกในช่วงก่อนและหลังเกิดวิกฤตเป็นอย่างไร รวมทั้งตรวจสอบว่า มีการติดประกาศราคาน้ำมันหน้าคลังน้ำมันหรือไม่ และมีราคาเท่าไหร่ โดยจากการตรวจสอบของบริษัทเชลล์ โครงการติดประกาศราคาหน้าคลังน้ำมันและพบว่า มีปริมาณการจ่ายน้ำมันในช่วงหลังเกิดวิกฤตมากขึ้น
ซึ่งจากการเปรียบเทียบยอดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม พบว่าตลอดทั้งเดือนมีนาคมนั้นมียอดการจ่ายน้ำมันออกจากคลังสูงมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม และเริ่มผ่อนลงในช่วงสัปดาห์ที่ 2 และสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน แต่โดยภาพรวมถือว่าสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์
นั่นจึงเห็นได้ว่า บริษัทเชลล์ก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการน้ำมันที่พยายามจ่ายน้ำมันออกจากคลังอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สมดุลกับปริมาณต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงมากขึ้นในช่วงวิกฤต ซึ่งสาเหตุที่เราต้องตรวจสอบในส่วนตรงนี้ เพราะหากพบว่า มีปริมาณจ่ายน้ำมันออกจากคลังในเดือนมีนาคมที่เกิดวิกฤตน้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์ ก็อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่า ทำไมถึงไม่พยายามจ่ายน้ำมันออกเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ส่วนปริมาณน้ำมันสำรองของบริษัทเชลล์นั้น พบว่ามีตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปริมาณน้ำมันสำรองที่รัฐบาลมีข้อมูล จากปริมาณน้ำมันสำรองในแต่ละวันจะมีการปรับขึ้น-ลงและหมุนเวียนบ้างตามปกติ ซึ่งภาพรวมปริมาณน้ำมันสำรองของแต่ละบริษัทต้องไม่ต่ำกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางด้านพลังงาน
ทั้งนี้ ทางกรมจะต้องนำข้อมูลเอกสารของทางบริษัทเชลล์ไปตรวจพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อทำเป็นรายงานแจ้งไปยังรัฐบาลเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนในการแก้ไขปัญหาบริหารจัดการน้ำมันต่อไป
สำหรับราคาน้ำมันหน้าคลังที่จำหน่ายให้บรรดากลุ่มบริษัทผู้ประกอบการพ่อค้าคนกลางหรือ "จ๊อบเบอร์ (Jobber)" โดยภาพรวมของแต่ละคลัง พบว่ามีราคาน้ำมันที่สูงเข้าใกล้ราคาที่จำหน่ายหน้าปั๊มน้ำมัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่ค้ากำไรเกินควร
นายฉัตรชัยยังกล่าวต่ออีกว่า ปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่ได้เกิดจากน้ำมันขาดแคลน แต่เป็นเพราะปริมาณความต้องการน้ำมันสูงขึ้นอย่างมาก อย่างเช่นกรณีน้ำมันดีเซล จากเดิมที่ประเทศไทยสามารถกลั่นใช้ได้ 77 ล้านลิตรต่อวัน โดยมีปริมาณผู้ต้องการใช้ 67 ล้านลิตรต่อวัน เหลือ 10 ล้านลิตรที่ยังคงปริมาณสำรองเอาไว้
แต่ปัญหาในช่วงนี้คือ มีทั้งการต้องการน้ำมันสูงขึ้นและซื้อน้ำมันบรรจุในแกลลอนหรือภาชนะเพื่อกักตุน จึงทำให้มียอดปริมาณผู้ต้องการใช้น้ำมันทะลุสูงถึงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน บางวันพุ่งสูงถึง 107 ล้านลิตร ซึ่งกำลังการผลิตที่มียังไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค จนนำมาสู่ปัญหาการผลิตและจัดส่งน้ำมันไม่ทัน เลยเกิดปัญหาการขาดแคลนในแต่ละปั๊มขึ้น
ที่ผ่านมา ทางกรมร่วมมือกับพลังงานจังหวัดได้เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ก็ไม่พบน้ำมันที่มีการกักตุนหรือปริมาณน้ำมันที่มีนัยยะสำคัญ นอกจากน้ำมันก้นถัง ขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลก็ยังคงออกมาตรการต่าง ๆ จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการขอความร่วมมือกับทางตำรวจหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันหรือผู้ลักลอบกักตุนน้ำมัน เพื่อป้องกันผู้เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งรวมไปถึงบรรดารถขนส่งหรือจ๊อบเบอร์ที่ต้องมีเอกสารอย่างถูกต้อง หากไม่มีเอกสารรายงานการขนถ่ายน้ำมันอย่างถูกต้อง ก็จะถูกดำเนินคดี
เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น ๆ ก็ยังคงกำหนดมาตรการในการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งการ Work from home แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การปรับลดมาตรการผ่อนผันเรื่องน้ำมันสำรอง ที่ผู้ประกอบการน้ำมันแต่ละเจ้าต้องอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบให้มากขึ้น โดยเป็นมาตรการที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดสภาพคล่องน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลภายในสัปดาห์หน้า น้ำมันในระบบต้องเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ใกล้ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงยืนยันว่า มาตรการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ จะสามารถทำให้มีน้ำมันในระบบเพียงพอรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้และเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงหลังจากนี้
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่เกษตรกรในต่างจังหวัดนำภาชนะมาบรรจุเติมน้ำมันตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ในต่างจังหวัดนั้น นายฉัตรชัยระบุว่า ที่ผ่านมาทางกรมได้พยายามสื่อสารว่า ไม่ส่งเสริมการกระทำดังกล่าวและไม่แนะนำ เพราะเข้าข่ายว่าผิดกฎหมายในเรื่องของการครอบครองน้ำมันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ ก็เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่นำน้ำมันไปเติมยานพาหนะทางการเกษตร จึงผ่อนปรนอนุญาตให้เฉพาะเกษตรกรที่นำภาชนะมาบรรจุเติมน้ำมันตามปั๊มไปใช้ได้ แต่ไม่อนุญาตให้กักตุน
ส่วนประเด็นที่บางปั๊มน้ำมันประกาศว่า ตอนนี้ไม่มีน้ำมันจำหน่ายแล้วและจะมีอีกทีในช่วงเมษายนนั้น ตอนนี้ทางกรมกำลังเร่งประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหา มองว่าน่าจะเป็นการสื่อสารที่คาดเคลื่อน ยืนยันว่าช่วงนี้ทุกปั๊มน้ำมันจะต้องมีน้ำมันให้บริการ ขณะเดียวกัน ทางกรมได้เร่งพัฒนาระบบรายงานน้ำมันสำรองเรียลไทม์ ซึ่งเป็นแผนที่ทางกรมได้วางล่วงหน้าไว้กับผู้ประกอบการค้าน้ำมัน โดยจะเร่งพัฒนาและเชื่อมระบบข้อมูลให้ได้เร็ว ๆ นี้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประเด็นเรื่องการลักลอบนำน้ำมันไปขายในต่างประเทศ นายฉัตรชัยระบุว่า เรื่องนี้เราได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและจะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะขณะนี้ได้สั่งการไม่ให้มีการจำหน่ายน้ำมันไปต่างประเทศ 100% ยกเว้นประเทศที่เป็นคู่ค้าทางพลังงานสำคัญและมีผลประโยชน์ทางความมั่นคงของชาติ อย่างประเทศลาวที่จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับเรา และประเทศเมียนมาร์ที่จำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้กับเรา เรามีความจำเป็นที่ยังต้องจำหน่ายน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมให้ 2 ประเทศนี้
นายฉัตรชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาวิกฤตทางพลังงาน ตั้งแต่การตรวจจับและตรวจสอบป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ ไปจนถึงมาตรการการประหยัดพลังงาน แต่มองว่าปัญหานี้ต้องแก้ 2 มิติ โดยนอกจากรัฐบาลแล้ว ยังต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย ดังนั้น จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ทาง DSI ได้รับคำสั่งให้มาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหานี้ เราจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยหลักหน้าที่ของ DSI คือการตรวจสอบกระบวนการของน้ำมันว่ามีรอยรั่วตรงไหนบ้าง ตั้งแต่ต้นทางที่โรงกลั่น กลางทางที่คลังน้ำมัน และปลายทางที่ปั๊มน้ำมัน รวมทั้งพร้อมให้การสนับสนุนการตรวจตราทางเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อน ซึ่งเรามีงานการข่าวที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ยืนยันว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำมันขาดแคลน เกิดจากปริมาณความต้องการน้ำมันสูงขึ้น เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันหลายแหล่ง ทั้งจากประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่จะมีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะสาเหตุที่ผิดกฎหมาย ทาง DSI กำลังตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ในวันจันทร์นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้เรียกประชุมผู้ประกอบการกิจการค้าน้ำมัน คลังน้ำมัน รวมทั้งกลุ่มบริษัทผู้ประกอบการพ่อค้าคนกลางหรือ "จ๊อบเบอร์ (Jobber)" กว่า 200 รายทั่วประเทศ มาประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการน้ำมันตั้งแต่ต้นทางกันปลายทางทั้งหมดด้วย
ด้าน ดร.ศรีรัชต์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า บริษัทเชลล์มีการบริหารจัดการน้ำมันที่แตกต่างจากเจ้าอื่น เพราะเนื่องจากเราไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตัวเอง มันจึงทำให้มีความจำเป็นที่เราจะต้องจัดสรรปันส่วนให้กับจ๊อบเบอร์ผู้รับซื้อน้ำมันอย่างเท่าเทียม เพราะถ้าไม่จัดสรรปริมาณน้ำมัน ก็อาจเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนที่คลังน้ำมันได้ เพราะความต้องการในแต่ละวันมีสูง ซึ่งตัวบริษัทเองก็ได้รับการจัดสรรน้ำมันมาจำหน่ายอีกข้อหนึ่งอีกที
โดนยืนยันว่า แม้ราคาน้ำมันจะเป็นไปตามกลไกตลาด แต่เราก็พยายามที่จะควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสมตามคุณภาพน้ำมัน เพื่อเป็นการบรรเทาและช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งตลอด 15 วันที่ผ่านมา บริษัทเชลล์ก็น้อมรับและทำตามรัฐบาลเป็นอย่างดี














