คนขับรถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านมุกดาหาร ยืนยันไม่ได้ส่งให้เขมร เป็นการส่งตามใบสั่งซื้อขายในตัวเมืองสะหวันนะเขต ห้ามออกนอกเขตไม่เกิน 30 กม. เพราะมี GPS ของบริษัทและกรมสรรพสามิตติดตาม
วันที่ 20 มี.ค. 2569 จากกรณีโลกโซเซียลที่มีการนำเสนอข่าวระบุว่า ประเทศกัมพูชาได้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทย โดยใช้วิธีการขนส่งอ้อมผ่านทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมีการอ้างอิงข้อมูลจากคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์บางส่วนของ ซอ โซะปุดตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง ประเทศกัมพูชานั้น

ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายสุรศักดิ์ อายุ 34 ปี คนขับรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงส่งออกไป สปป.ลาว เปิดเผยว่า ได้บรรทุกน้ำมันมาจากชลบุรี และไปส่งที่สะหวันนะเขต ออกจากคลังจะมีซีลของคลังน้ำมันและจีพีเอสติดตามรถตลอดเวลา พอถึงด่านมุกดาหาร ตรวจเอกสารที่ด่านพรมแดน มีสรรพสามิตมาเก็บตัวอย่างไปตรวจ และศุลกากรมาตรวจเอกสารเสร็จก็ข้ามไปส่งที่ลาว พอถึงฝั่งลาวก็มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาเอาตัวอย่างไปตรวจอีกที และทำเรื่องเอกสารผ่านแดน
พอไปถึง สปป.ลาว ก็ไปลงน้ำมันตามตั๋วคลังน้ำมันตามเอกสาร ส่วนจีพีเอสจะมีซีลรถและจีพีเอสสรรพสามิตเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 3 จุด สามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ ส่วนรถน้ำมันห้ามออกนอกเขตในแต่ละแห่งที่ไปส่งระยะไม่เกิน 30 กม. ปั๊มจะอยู่ในเมืองและชานเมือง
นอกจากนี้ ยังมีซีลของลาวโดยรถบรรทุกแต่ละคันจะมีการติดตาม ถ้าสัญญาณจีพีเอสขาดหาย ก็จะมีการติดตามรถบรรทุก
ขณะที่ นายวีระยุทธ คนขับรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ปกติจะวิ่งส่งน้ำมันเป็นประจำ จากที่เคยวิ่งงานก็ลดลงเยอะ ตั้งแต่มีปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันขาดแคลน น้ำมันจากคลังที่แหลมฉบังมารอข้ามเช้าวันนี้ เพื่อไปส่งที่ปั๊มฝั่งลาว พอลงเสร็จก็ต้องตีรถกลับเพื่อไปรอที่คลังน้ำมันเหมือนเดิม จากสถานการณ์สู้รบได้รับผลกระทบมาก คือ ค่าเที่ยววิ่งลดลง จากปกติอาทิตย์ละ 2 เที่ยวลดลงเหลือเที่ยวเดียว รายได้ก็ลดลงด้วย
ล่าสุด ในช่วงเช้าที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ) มีรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามไปส่งที่ สปป.ลาว มีประมาณ 12 คัน ซึ่งมีจำนวนเที่ยวลดลง หลังจากที่มีการสู้รบกันที่ตะวันออกกลาง

สำหรับจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ด้านพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จังหวัดมุกดาหารได้เร่งดำเนินมาตรการเตรียมความพร้อม โดยสำรวจและรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่ พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยพลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด คลังจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจปริมาณและคุณภาพน้ำมัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการกักตุน
จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่งมีการบริหารปริมาณน้ำมันหมุนเวียนตามรอบการขนส่ง ทำให้ปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละช่วงเวลาอาจไม่ได้มีจำนวนมากนัก อย่างไรก็ตาม ยังคงเพียงพอต่อการให้บริการตามปกติ และมีการเติมสำรองอย่างต่อเนื่อง ในด้านราคา พบว่าราคาน้ำมันในแต่ละสถานีบริการยังคงอยู่ในระดับปกติ ยังไม่ปรับตัวสูงขึ้น และมีความใกล้เคียงกันในแต่ละพื้นที่ สะท้อนถึงการกำกับดูแลที่เป็นไปตามกลไกและไม่พบความผิดปกติด้านราคา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอิสระในพื้นที่นอกเขตตัวเมือง พบว่าสถานการณ์การให้บริการยังเป็นไปตามปกติ ไม่พบปัญหาคิวสะสม ประชาชนสามารถเข้ารับบริการเติมน้ำมันได้โดยสะดวก
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยช่วยกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงแนวทางการประหยัดพลังงาน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ภาครัฐขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และวางแผนการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

















