"ผบ.ทร." ชี้ แนวคิดใช้ "เจ็ตสกี" ช่วยลูกเรือไทย ใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ไม่ใช่เรื่องง่าย คลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2–3 เมตร อาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือ
วันที่ 13 มี.ค.69 พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยถึงกรณีเรือสินค้าไทยถูกโจมตีหลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือโอมานแจ้งว่า จะพยายามช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอย่างเต็มที่ แต่ด้วยกระแสน้ำ ทำให้เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่ได้เฝ้าติดตาม ว่าเรือเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน เพื่อติดตามว่าลูกเรือที่ติดค้างเป็นอยู่อย่างไร แต่โดยปกติลูกเรือพาณิชย์จะได้รับการฝึกฝนด้านความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอดในทะเลในระดับหนึ่ง จึงคาดหวังว่า ลูกเรือจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม จุดที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตอำนาจของประเทศไทย จึงต้องประสานกับประเทศที่เกี่ยวข้อง หากอยู่ในพื้นที่ของประเทศใด ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศนั้น พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเรือเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตำแหน่งของเรือลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ว่าอยู่บริเวณใด ระหว่างน่านน้ำของประเทศโอมาน หรือใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และจะประสานประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้เข้าตรวจสอบหรือให้ความช่วยเหลือ โดยไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย และมีการประสานงานกันผ่านความร่วมมือด้านกองทัพเรือ เช่น การประชุมความร่วมมือกองทัพเรือในมหาสมุทรอินเดีย หรือ Indian Ocean Naval Symposium หรือ IONS ซึ่งไทยเคยดำรงตำแหน่งประธานเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้การติดต่อประสานงานกับประเทศต่างๆ เป็นไปได้สะดวกขึ้น
ส่วนกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์เสนอจะนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทยกลางทะเล พล.ร.อ.ไพโรจน์ ระบุว่า การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2–3 เมตร ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือของภาคประชาชน
นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของต่างชาติ พล.ร.อ.ไพโรจน์ ยืนยันว่า สนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินที่เปิดให้หลายประเทศใช้ในลักษณะมิตรประเทศ เช่น การแวะเติมน้ำมันหรือพักเครื่องบิน และขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร
ส่วนฐานทัพเรือพังงา เป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ลึก จึงไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ แม้แต่เรือของกองทัพเรือไทยเอง ยังต้องมีการขุดลอกล่องน้ำก่อนนำเรือเข้าเทียบท่า














