ผู้บงการสั่งอุ้มผู้จัดการหนุ่มกลางกรุง ใช้ชุดสูทคลุมหัว สวมแมสก์ปิดบังใบหน้า ไม่ตอบคำถามนักข่าว ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยัน เจ้าตัวรับสารภาพ เป็นคนสั่งอุ้มผู้จัดการจริง ปมโกรธแค้นปัญหาภายในครอบครัว แม้ไม่เคยเห็นหน้าคนตายสักครั้ง เบื้องต้นยังไม่เจอโทรศัพท์ของกลาง เตรียมขยายผลสอบคลิปลับอดีตหญิงคนสนิท
วันที่ 6 มี.ค. 2569 มีรายงานว่า ตำรวจได้นำตัวนายสรวีย์ ออกมาสอบปากคำเพิ่มเติมภายในห้องประชุมของ สน.สุทธิสาร โดยมีทนายความมารออยู่ด้วย พร้อมกับพลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบปากคำในทุกประเด็น ซึ่งระหว่างที่นำตัวออกมาจากห้องควบคุมผู้ต้องหา ทีมข่าวพยายามสอบถามในหลายประเด็น ทั้งปมเหตุและการว่าจ้างอุ้มนายรุทธ์จริงหรือไม่ เจ้าตัวไม่ตอบ พร้อมกับใช้ชุดสูทสีดำคลุมหัว สวมแมสปิดปาก ปิดบังใบหน้า ก่อนเข้าไปในห้องทันที
ภายหลังสอบปากคำนายสรวีย์ เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ทาง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า เบื้องต้นขบวนการนี้นายสรวีย์ ยอมรับว่ามีการจ้างวาน "ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ" ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการที่จะเอาชีวิต และไม่เคยเจอหน้าผู้เสียชีวิตเลยสักครั้ง ส่วนมูลเหตุเป็นความโกรธแค้นปัญหาภายในครอบครัว
ส่วนรายละเอียดเชิงลึก ขอไม่เปิดเผยเนื่องจากจะกระทบต่อสำนวนคดี แต่ยอมรับว่าสถานะของนายสรวีย์กับนางสาวเบญญาภา เป็นแค่พี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งนางสาวเบญญาภา จะมีหน้าที่รับส่งลูกสาวที่อยู่กับนางสาวจีน่าไปโรงเรียน แต่หลักฐานมีความชัดเจนว่านางสาวเบญญาภา เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยเป็นคนจัดหาสายสืบเอกชน ให้ไปหาข้อมูลผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว จึงทำให้ตำรวจต้องขอศาลออกหมายจับ และแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนทั้ง 10 คน ส่วนว่าที่ร้อยตรีภูเมธ ที่ยังหลบหนีอยู่ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ตำรวจก็ได้สอบถามผู้ต้องหาในประเด็นนี้ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่า ได้มีการทวงถามแก๊งอุ้มจริง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ของกลางดังกล่าว ส่วนภายในโทรศัพท์จะมีคลิปลับอีกหรือไม่ รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจะทำการขยายผลด้วยการเข้าตรวจค้น เพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี หากพบว่ามีบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนกรณีที่นางสาวจีน่ามีคลิปลับอยู่ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว แล้วจะขอมาตรวจสอบในภายหลังหรือไม่ เพื่อเทียบเคียงพยานหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
ส่วนรถของนายสรวีย์ที่พบว่ามีการติดสติกเกอร์หน้ารถเป็นหน่วยงานราชการจำนวนมาก และมีเครื่องแบบทหารแขวนอยู่ภายในรถนั้น ด้าน พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า นายสรวีย์มีอาชีพจริงๆ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ส่วนเครื่องแบบทหารมีไว้เพื่อแอบอ้างให้ดูน่าเชื่อถือ

















