ตำรวจเตรียมสอบปากคำเพิ่ม 2 ผู้บงการอุ้มฆ่า "ผจก." ล่าสุดกินข้าวได้ ไร้เครียด ขณะที่ ผบ.ตำรวจนครบาล เผยปมเหตุอุ้มฆ่ามาจากเรื่องชู้สาว เชื่อน่าจะมีมูลเหตุมากกว่านี้ ด้าน ผบก.ตำรวจนครบาล 2 ยืนยันปัญหาครอบครัว สร้างปมแค้นให้ผู้ต้องหาลงมือจ้างวาน พบเส้นทางการเงินจำนวนมากไหลเข้าบัญชีแก๊งอุ้ม 2.8 ล้าน

วันที่ 6 มี.ค. 2569 บรรยากาศที่ สน.สุทธิสาร ตำรวจยังคุมตัว 2 ผู้บงการใหญ่ คือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่านายรุทธ์ ผู้จัดการ บริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์แห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร อยู่ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา โดยวันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) ซึ่งจากการสอบถามตำรวจหน้าห้องขัง บอกว่า "ทั้งคู่ยังไม่ได้นอน แต่ยังกินข้าวกินน้ำได้ปกติ ไม่ได้มีท่าทีเครียดอะไร"


ขณะที่มีรายงานว่า น.ส.เบญญาภา มีส่วนร่วมกับขบวนการอุ้มฆ่านายรุทธ์ เนื่องจากตำรวจพบความเชื่อมโยงว่า น.ส.เบญญาภา ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านให้กับนายสรวีร์ โดย น.ส.เบญญาภา รับรู้พฤติการณ์ของสาวในคลิป ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของนายสรวีร์ จึงเป็นผู้แจ้งเรื่องให้กับนายสรวีค์ได้ทราบ กระทั่งมีการจ้างนักสืบให้ติดตามตัวนายรุทธ์ รวมถึงว่าจ้างขบวนการอุ้มฆ่าให้ก่อเหตุครั้งนี้


ขณะที้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าในคดีนี้ว่า ขณะจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนได้มีการไปปรึกษาทนายความ เพื่อเตรียมการซักซ้อมต่อสู้คดี หลังจากนี้ตนเองจะเข้าไปดูสำนวนคดี เพื่อให้มีความละเอียดและรัดกุม แต่อย่างไรก็ตามการที่ศาลอนุมัติออกหมายจับให้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพยานหลักฐานที่เพียงพอและเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง เนื่องจากผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นนายรุทธ์ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ


ส่วนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในเบื้องต้น 10 รายได้ แม้ว่า "ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ" ผู้ต้องหาอีก 1 คนยังหลบหนีอยู่ แต่ตัวการหลักในคดีนี้ คือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ส่วนจะมีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการขยายผล


อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยอมรับว่า ยังมีมูลเหตุอื่นๆ ที่ยังสงสัยอยู่ ไม่ได้จบแค่ประเด็นของความขัดแย้งเรื่องชู้สาวและปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากพฤติการณ์ของนายสรวีย์ ได้มีการจ้างคนกว่า 10 คน ให้มาร่วมกระทำผิด ซึ่งพฤติการณ์ก็ค่อนข้างน่าเชื่อได้ว่าจะมีมูลเหตุมากกว่าเรื่องชู้สาว แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำขยายผล ซึ่งผู้ต้องหายังคงไม่ให้การในเรื่องของมูลเหตุที่แท้จริง


ส่วนทางด้าน พลต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า นายสรวีย์ และนางสาวเบญญาภา ยังคงให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงแค่ว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะมีการสอบปากคำขยายผล เพื่อให้ทราบพฤติการณ์ที่แน่ชัดของแต่ละบุคคลว่ามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง


ส่วนรายงานการสืบสวน ที่ออกมาระบุว่า การจ้างวานอุ้มฆ่าครั้งนี้สูงถึง 2,800,000 บาทนั้น ยอมรับว่า พนักงานสอบสวนมีหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินจริง แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงได้


อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้ข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับจำนวนเหตุในครั้งนี้ ลูกสาวของหญิงคนหนึ่งที่นายรุทธ์ไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว นำเรื่องดังกล่าวไปบอกแม่บ้าน แล้วแม่บ้านนำไปบอกต่อให้กับนายสรวีย์รับรู้ ทำให้นายสรวีย์รู้สึกโกรธ จึงวางแผนโดยที่มีนางสาวเบญญาภา ช่วยสืบหาว่าผู้ชายคนดังกล่าวเป็นใคร