โฆษกรัฐบาลกัมพูชา โต้ไม่ยหุด ล่าสุด แถลง "พระวิหารไม่ถูกใช้เป็นฐานทหาร" ชี้ข้อกล่าวหาไม่มีมูลและขัดกฎหมายระหว่างประเทศ อ้างมีผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ตรวจสอบ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงการณ์ โดยระบุว่า นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และคณะผู้แทนระดับสูง ได้เดินทางกลับกัมพูชา ภายหลังการหารือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสะท้อนถึงการดำเนินงานเชิงรุกด้านการทูตของรัฐบาลกัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตยจากการรุกรานโดยมิชอบด้วยกฎหมายของกองทัพไทย

แถลงการณ์ยังระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา ได้ตอบข้อคิดเห็นของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กรณีไม่สามารถใช้ประสาทเป็นฐานที่ตั้งทหาร ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า ปราสาทเขาพระวิหารเป็นฐานที่ตั้งสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาสนา ไม่เคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร พร้อมระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริง และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมีการส่งผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริงของผู้ได้รับผลกระทบ โดยการปรากฏตัวของทีมสังเกตการณ์อาเซียนถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความรับผิดชอบและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อเร่งฟื้นฟูและคืนสู่สันติภาพตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศในกัมพูชาและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านเซเรนกัง หมู่บ้านเปรยจัน และพื้นที่เกงตรากวน จังหวัดบันเตียเมียนชัย ซึ่งตามแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพไทยเข้ายึดครองพื้นที่พร้อมอาวุธ ติดตั้งลวดหนามปิดกั้นถนน และใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางทำให้ประชาชนไม่สามารถกลับเข้าไปได้ อีกทั้งยังอ้างว่าเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยทำร่วมกันอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเคารพหลักกฎหมาย อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและสยาม รวมถึงกรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการประจำด่านชายแดนอินโดจีน-สยาม