ลุงวัย 65 หอบร่างโชกเลือดขึ้นโรงพัก แจ้งความถูกน้องชายฟันหัวแบะ ทะเลาะกันเพราะต่างคนต่างหิวเหล้า จึงให้น้องชายนำข้าวสารไปขาย แลกเงินไปซื้อเหล้า แต่น้องชายดันแอบซื้อมากินคนเดียว ลุงโมโหคว้ามีดพร้าฟัน แต่น้องชายสู้กลับ
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สภ.เมืองนครพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งผู้มาติดต่อราชการต่างตื่นตกใจกันทั้งโรงพัก เมื่อมีญาติหอบร่างชายคนหนึ่งที่โชกเลือดมาแจ้งความ ทราบภายหลังว่าชื่อ นายสมสมัย หรือลุงไหม อายุ 65 ปี ชาวอำเภอเมืองจังหวัดนครพนม มีร่องรอยถูกฟันที่ด้วยของมีคมบริเวณศีรษะและใบหน้าหลายแห่ง ร.ต.อ.ชนุตร์ ภูเทียมศรี พนักงานสอบสวน จึงส่งตัวไปโรงพยาบาลนครพนม แพทย์ต้องเย็บถึง 50 เข็ม จนทั้งหน้าและศีรษะของลุงไหม เต็มไปด้วยผ้าก๊อซปิดแผลกลับมาที่โรงพักอีกครั้ง

พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนม เห็นสภาพที่บอบช้ำของลุงไหม จึงสอบถามสาเหตุการถูกทำร้ายปางตายครั้งนี้ ซึ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน ชื่อ นายใจทอง อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ
ลุงไหม เล่าเหตุการณ์ด้วยความกระท่อนกระแท่นเนื่องจากเจ็บปาก แต่พอจับใจความได้ว่า ช่วงเช้าได้เดินไปหาน้องชายที่บ้านที่ปลูกอยู่ไม่ห่างกันนัก เพื่อถามหาว่ามีเหล้ากินไหม เพราะปกติก็ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ซึ่งนายใจทองบอกไม่มีเงิน ตนจึงชวนน้องชายไปเอาข้าวสารที่อยู่ในบ้านประมาณ 6 กิโลกรัมไปขายให้เพื่อนบ้านในกิโลกรัมละ 30 บาท เพื่อนำเงินมาซื้อเหล้ากินกัน

ตนได้นั่งรอน้องชายกลับมานานจนเกือบเก้าโมงเช้า ชะเง้อมองทางก็ไม่มีวี่แวว จึงลองเดินไปดูที่บ้านน้องชายอีกครั้ง พบนายใจทองนอนอย่างสบายอารมณ์ในเปลข้างบ้าน และทวงถามถึงเงินที่ได้จากการขายข้าวสาร นายใจทองตอบว่าซื้อเหล้ากินหมดแล้ว เหลืออยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ 120 บาท แต่ตนเห็นมีแค่ 21 บาท จึงเกิดโมโหใช้มีดพร้าที่ถือมาด้วย ฟันที่หน้าผากและต้นแขนซ้ายน้องชายอย่างละที จากนั้นก็เดินไปนั่งผ่าฟืนที่บ้าน

ขณะนั้นเอง นายใจทองได้เดินตามมา ได้เกิดการยื้อแย่งอาวุธมีดกัน แต่ตนสู้แรงไม่ไหวจึงถูกนายใจทองแย่งมีดไล่ฟันตามหัวและหน้าหลายครั้ง ก่อนจะเดินกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนได้เดินโซซัดโซเซไปหาญาติให้ช่วยพาไปแจ้งความเอาผิดกับน้องชาย แต่เจ้าหน้าที่เห็นก็รีบนำส่งให้แพทย์เย็บบาดแผลดังกล่าว
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อน เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังให้ปากคำไม่ได้ แม้ตำรวจจะซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างมาให้กินก็ยังอ้าปากเคี้ยวไม่ได้ จึงให้กลับบ้านไปพักฟื้น รอให้แผลดีขึ้นก่อนถึงจะสอบสวนหาข้อเท็จจริง

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายใจทอง น้องชายของลุงไหม ที่นอนอย่างสบายอารมณ์อยู่ในเปล พร้อมเล่าไปหัวเราะไปว่า พี่ชายใช้มีดพร้าทำร้ายก่อน ยอมรับนำข้าวสารไปขายแล้วซื้อเหล้ามาดื่มคนเดียวจริง เพราะหิวเหล้ามาหลายวันแล้ว แต่ไม่คิดพี่ชายจะโมโหถึงขั้นใช้มีดพร้าฟัน ตนจึงต้องสู้เพื่อป้องกันตัวเอง

















